ขยายหน้าจอ
  • 1499เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]50 วิธีเอาชนะโรคสมาธิสั้น [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 

"โรคสมาธิสั้น" (Attent ion Deficit DisorderADD) หมายถึง กลุ่มอา การที่เกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อพฤติ กรรม อารมณ์ การเรียน และการเข้าสังคมกับผู้อื่นของเด็ก กลุ่มอาการนี้ได้ แก่ ขาดสมาธิ, ขาดความสามารถในการควบคุมตัวเอง, อาการซน
อาการของ "โรคสมาธิสั้น" เกิดขึ้นได้หลายแบบมาก บางแบบเกิดร่วมกับความผิดปรกติอื่นๆ แม้วิธีการรักษา ADD จะมีปรากฏในหนังสือมากมาย แต่ก็ยังคงเป็นงานยากและหนักกับผู้ปฏิบัติเสมอ สำหรับการแก้ปัญหาของ ADD ในห้องเรียนหรือที่บ้าน ความ สำเร็จของการรักษาขึ้นอยู่กับความรู้ และความหนักแน่น สม่ำเสมอ ของครูและโรงเรียนเป็นอย่างมาก
ต่อไปนี้เป็นเคล็ดบางประการในการช่วยเด็ก ADD ในโรงเรียน โดยมุ่งให้ครูอาจารย์ช่วยเด็กได้ ในทุกวัย แต่ครูอาจเห็นว่าบางข้อเหมาะสำหรับเด็กบางวัยมากกว่า อย่างไรก็ตาม หลักการเรื่องการมีกรอบ การให้ความรู้ และการชักจูงสนับสนุน ยังคงเป็นแนวคิดหลักเสมอ
1. ต้องมั่นใจว่ากำลังช่วยเด็ก ADD มิใช่เป็นปัญหาของการได้ยิน การมองเห็น
2. หาผู้สนับสนุนการมีเด็ก ADD อยู่ในชั้น 2-3 คน ก็เป็นเรื่องเหนื่อยมากอยู่แล้ว หาผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาได้ เช่น นักจิตวิท ยาประจำโรงเรียน ขอความ ร่วมมือจากผู้ปกครอง และหาเพื่อนครูมาช่วย
3. รู้ข้อจำกัดของตนเอง อย่ากลัวที่จะขอความร่วมมือ ครูคงไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง ADD
4. ถามเด็กว่าจะให้ช่วยอย่างไร อย่าอายที่จะถามเด็ก พยายามหาเวลาคุยกับเด็กตามลำพังและถามเขา คนที่ตอบได้ดีที่สุดเสมอคือตัวเด็กเอง ซึ่งเรามักละเลยมองข้าม ไม่ถามจากเขา ในเด็กโตควรช่วยให้เด็กเข้าใจด้วยว่า ADD คืออะไร

5. ระลึกเสมอว่าการมีกรอบจะช่วยเด็ก ADD กรอบคือสิ่งรอบตัวที่ช่วยควบคุมตัวเขา เพราะเขาคุมตัวเองไม่ได้ พวกเขาต้องการสิ่งเตือน ต้อง การการแนะ ต้องการการย้ำ ต้องการคำสั่ง ต้องการคนให้ ขีดจำกัด และต้องการกรอบที่ชัดเจนแน่นอน
6. เด็กเหล่านี้ต้องการห้องเรียนที่สนุก รู้สึกว่าเขาทำได้ ไม่ใช่ล้มเหลว ต้อง การความตื่นเต้นมากกว่าความเบื่อหรือความกลัว ควรให้ความสนใจกับเรื่องความรู้สึกคู่ไปกับการเรียนเสมอ
7.ให้เด็กเขียนกฎ ข้อตกลง แล้วติดในที่ที่มองเห็นได้ เป็นการแสดงให้เขารู้ว่าเขาควรทำอะไรบ้าง
8. ย้ำคำสั่ง เขียน พูดคำสั่งหลายๆครั้ง คนที่เป็น ADD ต้องการให้คนพูดย้ำหลายๆ ครั้ง
9. พยายามสบตาเด็กบ่อยๆ ซึ่งจะเป็นวิธีดึงเด็กกลับมาจากความคิดวอกแวก
10. ให้เด็กนั่งใกล้โต๊ะหรือที่ที่ท่านยืนอยู่มากที่สุด
11. ให้ขอบเขตและข้อจำกัดโดยวิธีละมุนละม่อม ไม่ ใช่ลงโทษ ทำอย่างสม่ำเสมอ ทุกครั้ง ทันท่วงที และง่ายๆ
12. ทำตารางเวลาให้สม่ำเสมอที่สุดที่ทำได้ ชี้ให้เด็กเห็นบ่อยๆ ถ้าท่านจะเปลี่ยนตารางควรเตือนให้เด็กทราบก่อนหลายครั้ง การเปลี่ยนโดยไม่บอกล่วงหน้าทำให้เด็กปฏิบัติตัวยากจนเหมือนไม่ร่วมมือ
13. พยายามให้เด็กจัด ตารางเวลาหลังเลิกเรียนของตน เอง เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่เกิดขึ้นมากของเด็ก ADD คือการผัด ผ่อน
14. พยายามลดการทดสอบ ย่อยๆกับเด็กเหล่านี้ เพราะไม่สามารถวัดความรู้จากเด็ก ADD ด้วยวิธีนี้ได้

15. ปล่อยให้เด็กมีอิสระบ้าง ดีกว่าจำกัดไว้แล้วเด็กหนีหายไปเลย เขียนไว้เป็นกฎ แล้วให้เด็กหัดควบคุมตนเอง
16. ให้การบ้านที่มีคุณ ภาพมากกว่าปริมาณ เด็ก ADD อาจทำไม่ได้มากเท่าคนอื่น ควรสอนวิธีคิดให้เด็กในระยะเวลาเรียนเท่าเดิม แต่ไม่ให้งานมากจนเด็กทำไม่ได้
17. ติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด และช่วยเตือนให้เด็กอยู่กับร่องกับรอย เขาจะรู้ว่าเขาควรทำอะไร และ หากทำตามเป้าหมายได้จะเป็นสิ่งที่ให้กำลังใจเด็กอย่างมาก
18. ย่อยงานใหญ่ๆให้เป็นงานย่อยๆ ถือเป็นหัวใจหลักในการที่ครูจะสอนลูกศิษย์ ADD ได้ เด็ก ADD เมื่อเผชิญกับงานใหญ่มากๆจะท้อก่อนทำว่า "ฉันไม่มีทางทำได้" แต่หากย่อยงานใหญ่มากๆจะเป็นงานย่อยๆที่เขารู้สึกว่าทำได้ จะช่วยให้เขามั่นใจขึ้น
19. หาสิ่งแปลกใหม่เรื่อยๆเพื่อทำให้เด็กกระตือรือร้นและคงความสนใจ ควรแสดงให้ เห็นว่าการปฏิบัติตามสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่น่าเบื่อ ลองทำตัวสนุกๆเป็นครั้งคราวจะช่วยได้มาก 20.ป้องกันการเกิดสิ่งเร้าที่มากเกินไป
"ความสำเร็จของการรักษาขึ้นอยู่กับความรู้  และความหนักแน่น สม่ำเสมอ ของครูและโรงเรียนเป็นอย่างมาก"


ที่มา : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้วันสุข โดย ผศ.นพ.ปราโมทย์ สุคนิชย์
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป