ขยายหน้าจอ
  • 1662เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[การเงิน]เก็บเงินสไตล์สาวโสด [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 

เมื่อพูดถึง “สาวโสด” เรามักนึกถึงผู้หญิงที่มีการใช้ชีวิตแบบอิสระเสรี ไม่มีภาระต้องดูแลลูกและสามี เราจึงพบสาวโสดที่สนุกสนานกับการช้อปปิ้งหรือท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นประจำ แต่การใช้ชีวิตแบบนี้
โดยไม่มีการเก็บออมเงิน อาจทำให้การใช้ชีวิตในวัยเกษียณพบกับความยากลำบาก เพราะมีเงินเก็บไม่เพียงพอ อีกทั้งไม่มีลูกคอยเลี้ยงดู เมื่ออยู่ในวัยชรา ดังนั้น การเก็บออมเงินแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เราใช้ชีวิตวัยโสดได้อย่างมีความสุข โดยขอแนะนำเทคนิคการเก็บออมเงิน 3 ข้อ ที่ทำได้ง่ายๆ ดังนี้ค่ะ
1. สำรองเงินเผื่อฉุกเฉินเท่ากับค่าใช้จ่าย 6 เดือน สำหรับคนทั่วไป ควรมีการกันเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉินเท่ากับค่าใช้จ่ายประมาณ 3-6 เดือน แต่สำหรับสาวโสด ซึ่งเมื่อมีเหตุไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุ รถชน หรือตกงาน อาจไม่มีใครให้หยิบยืมเงินเหมือนกับผู้ที่แต่งงานแล้ว จึงแนะนำให้มีการสำรองเงินไว้ใช้เผื่อฉุกเฉิน 6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนเท่ากับ 20,000 บาท จะต้องมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินเป็นเงิน 120,000 บาท โดยช่องทางในการออมเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินได้แก่ เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ และกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ซึ่งเมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินต้องใช้เงิน จะได้สามารถนำเงินเหล่านี้มาใช้ได้อย่างทันท่วงที
2. ลงทุนไว้ใช้ยามเกษียณ การเก็บออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณนับว่าเป็นเรื่องสำคัญของสาวโสด เพราะสาวโสดจะไม่มีลูกหรือสามีคอยดูแลในยามที่แก่ตัวลง ช่องทางในการออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณที่น่าสนใจได้แก่
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ผู้ที่ทำงานบริษัทเอกชนคงคุ้นเคยกับการออมเงินรูปแบบนี้ดี ซึ่งเป็นการออมเงินที่บริษัทจะหักเงินของเราไปทุกเดือน และบริษัทจะช่วยสมทบ โดยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะนำเงินทั้งสองก้อนไปลงทุน เพื่อเพิ่มผลตอบแทน หากเราทำงานจนเกษียณอายุ จะมีโอกาสได้รับเงินที่ลงทุนทั้งส่วนที่เราสะสมและส่วนที่นายจ้างสมทบ รวมทั้งผลตอบแทนกลับคืนไป (แต่ละบริษัทมีการกำหนดอายุงานที่พนักงานจะได้รับเงินส่วนที่นายจ้างสมทบแตกต่างกัน) จะเห็นได้ว่า การออมเงินผ่านช่องทางนี้ มีแต่ความคุ้มค่า แต่หลายคนกลับไม่ออมเงินผ่านช่องทางนี้ ทำให้เสียโอกาสที่จะได้รับเงินส่วนที่นายจ้างสมทบ รวมทั้งพลาดโอกาสในการออมเงินเพื่อใช้ในยามเกษียณอีกด้วย
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ผู้ที่ต้องการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี คงคุ้นเคยกับการลงทุนรูปแบบนี้ดี โดยกองทุน RMF เป็นกองทุนที่มีจุดประสงค์ให้เราลงทุนเพื่อเก็บเงินไว้ใช้ในยามเกษียณ และยังสามารถนำยอดเงินลงทุนในแต่ละปีไปลดหย่อนภาษีได้ โดยสามารถลงทุนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ทั้งปี และเมื่อรวมกับเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และค่าเบี้ยประกันบำนาญ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท กองทุน RMF มีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหุ้น กองทุนตราสารหนี้ หรือกองทุนทองคำ ดังนั้น เราจึงสามารถเลือกลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ค่ะ
3. ซื้อประกันเพื่อลดความเสี่ยง โรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เข้าโรงพยาบาลแต่ละครั้งก็มีค่าใช้จ่ายเป็นเงินไม่ใช่น้อย หากไม่เตรียมพร้อม อาจทำให้เงินทองที่สะสมมานานหมดลงไปได้ การทำประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงจึงมีความจำเป็นมากขึ้น ก่อนที่จะตัดสินใจทำประกัน เราควรดูก่อนว่า ที่ทำงานมีการทำประกันสุขภาพให้เราหรือไม่ และความคุ้มครองเพียงพอสำหรับการเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่ใช้บริการเป็นประจำหรือไม่ หากยังน้อยเกินไป ก็สามารถทำประกันสุขภาพเพิ่มเติม ส่วนการทำประกันโรคร้ายแรงนั้น ก็มีความสำคัญไม่น้อย เพราะจะช่วยบรรเทาภาระค่ารักษาพยาบาลของโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง ให้ลดน้อยลงได้


ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป