ขยายหน้าจอ
  • 1384เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]โยคะกับความเข้าใจที่ถูกต้อง [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 

หลากหลายข้อสงสัยที่ต้องการคำตอบเกี่ยวกับโยคะเพื่อสุขภาพว่า ควรเล่นหรือฝึกแบบใดจึงจะดีและเหมาะกับสุขภาพ
ควรเล่นสไตล์ช้าหรือ แรง-เร็ว?
การฝึกโยคะที่เร็วก็ไม่ต่างจากการออกกำลังทั่วไป ที่เน้นการฝึกเร็วและแรง จะเป็นผลเสียกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพได้มาก เช่น คนที่เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง แต่โยคะฝึกได้กับทุกเพศ ทุกวัย ทุกคนที่เจ็บป่วยด้วยโรคทั่วไป การฝึกโยคะที่ปลอดภัย และส่งผลดีสูงสุดต่อสุขภาพมักจะเคลื่อนไหวช้า มีสติกับการเคลื่อนไหว สามารถควบคุมลมหายใจให้ประสานสอดคล้องไปกับการเคลื่อนไหวของกาย มีเป้าหมายที่จะพัฒนาความสามารถในการหายใจที่ยาวและสบาย
โยคะเน้นความผ่อนคลายและสบาย ไม่มีการแข่งขัน เน้นผลทางด้านจิตใจเป็นสำคัญ การฝึกเคลื่อนไหวที่ช้าจะช่วยให้สังเกต เท่าทันกายและจิต มีช่วงหยุดนิ่งในท่า ที่จะได้เฝ้าสังเกตลมหายใจที่เต้นช้าลงและหยุดนิ่ง นำไปสู่จิตใจที่สงบนิ่งด้วย
ปกติชาวตะวันตกจะนำโยคะไปฝึกแบบเร็วๆ ให้เหมาะกับลักษณะนิสัย พฤติกรรมและสภาพอากาศที่หนาว แต่โยคะดั้งเดิมตามแบบตะวันออกนั้นจะเคลื่อนไหวช้า เพื่อเน้นการพัฒนาสติ เหมือนกับการฝึกไทเก๊กหรือชี่กง แนวการฝึกลักษณะนี้จะช้า ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือระบบประสาทผ่อนคลายทำงานได้เต็มที่ และจิตเข้าสู่ความสงบ
ไม่ค่อยมีเวลาว่าง ฝึกได้หรือไม่
หากคุณมีความสนใจ มีเวลาน้อยคงไม่ใช่อุปสรรค ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้โยคะสักครั้งก็จะพบว่าโยคะมีเทคนิควิธีการที่หลากหลาย เราสามารถนำไปปรับใช้ในวิถีชีวิตประจำวันได้ ฝึกได้ทุกเวลา ทั้งตอนอยู่คนเดียวหรืออยู่รวมกับผู้อื่นก็ได้ ในรถ ที่ทำงาน ในห้องน้ำ ห้องนอน ห้องครัว ก่อนนอน ตื่นนอน ที่สำคัญเราต้องมีเวลาให้กับตัวเอง
วิธีที่สั้นๆ และง่ายๆ สำหรับการฝึกโยคะที่ทำได้เลยในทุกที่ทุกเวลาที่อยู่คนเดียวคือ การกลับเข้ามาสำหรับร่างกาย เริ่มต้นด้วยการนั่ง ยืนหรือนอน อาจจะหลับตาเบาๆ แล้วกลับเข้ามาสำรวจลมหายใจ หรือควบคุมลมหายใจให้ลึก และยาว อาจจะทำตั้งแต่ 5-10 รอบลมหายใจ หรือแค่นั่งเฝ้าดูลมหายใจตามปกติ สำหรับความรู้สึกของร่างกาย กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกาย นี่ก็ถือว่าฝึกโยคะแล้ว เทคนิคนี้คือเทคนิคการฝึกลมหายใจ หรือสมาธิ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโยคะ
หรือถ้ามีเวลามากกว่านั้น หรือรู้วิธีการเคลื่อนไหวร่างกาย ที่เรียกว่า "อาสนะ" ก็เริ่มฝึกได้ตามเวลาที่สามารถจะเจียดได้ในแต่ละวัน ถ้าคุณพบว่า ร่างกายติดขัด ตัวตึง จิตใจว้าวุ่น มีเรื่องราวต่างๆ ที่ต้องคิดมากมาย ก็ควรจะขยายเวลาเพิ่มขึ้นให้สะสางของเสียที่สะสมตามร่างกายและจิตออกไป ยิ่งร่างกายติดขัด มาก จิตใจตึงเครียดมาก ก็ควรจะให้เวลามากขึ้นไปด้วย
เราไม่ต้องเปลี่ยนงาน เพื่อที่จะทำโยคะ เพราะเราสามารถเรียนรู้โยคะจากทุกสถานการณ์ ทุกการงาน การเล่น การเรียน ในงานอดิเรก ในวันหยุด ช่วงท่องเที่ยว หากคุณรู้สึกกดดันกับการทำงานหาเงิน จากสังคม จากครอบครัว ปัญหาต่างๆ รุมเร้า เครียดในเรื่องความรัก หรือกดดันในการเรียน มีความขัดแย้งต่างๆ ในชีวิต ก็สามารถฝึกโยคะได้เลย โดยไม่ต้องไปรอใคร กลุ่มใดๆ หรือต้องไปทะเล ไปยอดดอยที่สวยงาม ไปฝึกที่สปาสุดหรู หรือ ลาออกจากงาน
นอกจากว่าชีวิตเสียศูนย์ไปแล้ว ไม่สามารถดำรงชีวิตประจำวันตามปกติได้ ร่างกายเหนื่อยล้าไม่สามารถทำการงานได้ ก็ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต แล้วก็เลือกฝึกโยคะเพื่อสร้างสมดุลให้เกิดขึ้น หรือหาแนวทางในการดูแลสุขภาพอื่นๆ ปรับเปลี่ยนวิธีการคิด การกิน และการใช้ชีวิต
หากมีเวลาน้อยอาจฝึกอาสนะที่ทำแล้วสบายตัว หรืออาสนะที่แก้ปัญหาสุขภาพส่วนตัว เช่น ปวดหัว ปวดหลัง ท้องผูก ฝึกการผ่อนคลายเมื่อรู้สึกตึงเครียด ทั้งเส้นเอ็น กล้ามเนื้อและจิตใจ หรือก่อนการพักผ่อนนอนหลับตามเวลาที่มี การฝึกลมหายใจสามารถทำได้ตลอดเวลาที่รู้สึกตัว หรือการเรียนรู้ทัศนะคติแบบโยคะ ด้วยการปรับวิธีคิด ปรับวิธีการกระทำ ปรับการเรียนรู้ เช่นเรียนรู้ที่จะดูแลร่างกาย และจิตใจ การไม่ได้ให้เวลากับการดูแลร่างกาย จะนำไปปัญหาสุขภาพในภายหลัง
หากคุณมีอายุตัวเลขที่เพิ่มขึ้นด้วยแล้ว การมีเวลา หรือแบ่งเวลาที่จะทำกิจกรรมที่จะดูแลร่างกายและจิตใจถือว่าเป็นความจำเป็นหลักๆ ของชีวิตที่มีคุณภาพทีเดียว

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ โดย เกศสุดา ชาตยานนท์ บุญงามอนงค์
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
 
ถอยกลับ ถัดไป