ขยายหน้าจอ
  • 2740เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

จงหยุดเสียบ้างเถิด [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 

คนส่วนมากคิดว่า รถนั้นดีที่วิ่งเร็ว เร่งสปีดได้ตามปรารถนา "ความเร็ว" เป็นความดีของรถ ที่พูดนี้ก็ถูก แต่ถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะยังมีความดีอย่างอื่นอีกและจำเป็นด้วย คือ "ความหยุด"



รถที่วิ่งเร็ว ก็ต้องมีห้ามล้อที่ดีด้วย อยากเร่งสปีดเมื่อใดเร่งได้ อยากหยุดเมื่อใดก็หยุดได้ทันที อย่างนี้ถึงจะเรียกว่าดีครบเครื่อง

ถ้าดีแต่วิ่งเร็ว หยุดไม่ได้ก็พาคนขับลงคูคลอง หรือชนรถชนคนบาดเจ็บเสียหายอย่างร้ายแรงที่สุดก็ถึงตาย

ดูรถแล้วหันมาดูคน คนเราก็เหมือนกันมีความรู้ความสามารถในการทำงาน รู้สารพัดเก่ง สารพัดใครๆ ก็ชื่นชมสรรเสริญแต่เพียงความรู้ ความสามารถเท่านั้นไม่พอต้องรู้จัก "ห้ามล้อ" หรือ "หยุด" ตัวเองได้ในคราวที่ควรหยุดด้วย จึงจะนับว่า เป็นคนดีจริง

ความรู้นั้นไม่ยาก ถ้าหากขยันศึกษาเล่าเรียน ยึดหลัก สุ. จิ. ปุ. ลิ. คือ ฟังให้มากค้นคว้าให้มาก ฟังแล้วอ่านแล้ว นำมาคิดไตร่ตรองทบทวน ทำความเข้าใจ เรื่องใดยังไม่แจ่มชัดก็ซักถามครูบาอาจารย์ ถามได้ความรู้แน่ชัดแล้ว จดบันทึกไว้กันลืม

ปฏิบัติตามขั้นตอนนี้ก็สามารถเรียนรู้เป็น "พหูสูต" หรือผู้คงแก่เรียนได้ "ความรู้อาจเรียนทันกันหมด" ขอแต่ให้มุ่งมั่นอย่างจริงจังเท่านั้น ใครๆ ก็ทำได้

แต่รู้แล้วจะ "หยุด" ได้มากน้อยเพียงใดนี่สิ เป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนกันมาก

ที่รู้อะไรสารพัด แต่ไม่รู้จักหยุดเมื่อถึงคราวควรหยุด มีให้เห็นมากมาย การพนันเป็นสิ่งไม่ดี ใครเล่นแล้วไม่มีทางร่ำรวยถาวรได้มาแล้วก็หมดไป ขืนหมกมุ่นกับการพนันมากๆ ไม่ช้าก็หมดตัว รู้ไม่ใช่ไม่รู้ แต่ก็อดเล่นไม่ได้

บุหรี่เหล้าเป็นโทษต่อสุขภาพร่างกาย เป็นอบายมุขทางแห่งความเสื่อม รู้ แต่ก็อดสูบอดดื่มไม่ได้

การทะเลาะเบาะแว้งกันไม่ดี ใครทะเลาะกันไม่ว่าฝ่ายผิดฝ่ายถูก ต่างก็เหมือนสาดโคลนใส่กัน ไม่มีใครไม่เปรอะเปื้อน ในที่สุดอาจรุนแรงถึงไล่ออกจากพรรคจากพวก เจ้านายทะเลาะกันไม่พอ ลูกสมุนพลอยพยักก็ดาหน้าเข้าถล่มซ้ำ นี่ก็รู้แต่ก็อดทะเลาะไม่ได้

รู้มาก แต่หยุดไม่ได้ หาความสงบร่มเย็นในชีวิตได้ยาก ถ้าผู้บริหารประเทศเร่าร้อนประชาชนจะร่มเย็นได้อย่างไร

ความชั่วร้ายที่รุมเร้าจิตใจเรานั้น เรียกรวมๆ ว่า "กิเลส" มีมากมายจาระไนไม่หมดแต่สรุปแล้วก็มีเพียง 3 ประการใหญ่ๆ คือ

โลภ อยากแต่จะได้ใคร่จะเอาไม่คำนึงถึงถูกผิด ขอแต่ให้ได้มาก็แล้วกัน คนอื่นจะเดือดร้อนช่างมัน ความชั่วชนิดนี้ใครมีมากก็ทำให้เป็นคนเกียจคร้าน และเป็นคนทุจริต

โกรธ อยากฆ่า อยากทำลาย ให้ฝ่ายที่ตนไม่ชอบ ตายหรือพินาศย่อยยับ ใครมีความชั่วชนิดนี้มาก เป็นคนดุร้ายทารุณ หยาบกระด้างน่ากลัว หลง หมกมุ่นงมงายในเรื่องไร้สาระเชื่อถือผิดๆ ไม่มีเหตุผล เห็นผิดเป็นชอบ เห็นชอบเป็นผิด

สิ่งเหล่านี้เกิดกับใจ เมื่อมันเกิดแล้ว มันจะเพิ่มอัตราเข้มขึ้น หรือจางลงจนดับไป ก็อยู่ที่ใจเราเช่นกัน ถ้าเรา "หยุด" มันเสียแต่ตอนต้นหรือตอนที่มันเริ่มเกิดโอกาสที่มันจะขยายตัวก็ยากขึ้น

การห้ามมิให้โลภ โกรธ หลง เกิดกับใจเรานั้นห้ามยาก เหมือนห้ามน้ำมิให้ไหลลงสู่ที่ต่ำแต่การ "หยุด" หรือ "ลดความแรง" ลงนั้นสามารถทำได้ ด้วยการใช้สติระงับ ยับยั้งใจ

วิธีฝึกหยุดความชั่วร้ายมี 3 วิธีคือ

(1) เปลี่ยนอิริยาบถ ถ้าถูกอารมณ์ร้ายรบกวน เช่น อารมณ์โกรธ ก็ให้เปลี่ยนอิริยาบถ เช่น ลุกเดินไปมา เปลี่ยนเรื่องดู เรื่องฟัง ถ้าอยู่ว่างๆ ก็หยิบหนังสืออ่าน หรือทำงานอะไรสักอย่าง เพื่อเบี่ยงเบนอารมณ์โกรธออกไป

(2) เปลี่ยนสภาพแวดล้อม ถ้ากำลังตกอยู่ในห้วงความคิดชั่วที่แรงมาก ทำตามวิธีที่หนึ่งแล้วไม่หาย ก็ให้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม เช่น อาบน้ำ ผลัดเครื่องแต่งตัวเสียใหม่ ถ้าคนที่ทำให้เกิดเรื่องยังอยู่ต่อหน้าเรา ก็หนีไปเสียหรือให้เขาไปที่อื่นเสีย อย่างนี้ห้วงคิดชั่วร้ายก็จะสลายตัวลง

(3) เลื่อนเวลา ถ้าจะทำอะไรลงในขณะนั้นอาจรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เช่น ลูกเราทำผิด เราเดือดดาลมาก ถ้าจะทำโทษขณะนั้น อาจลงโทษรุนแรงเกินกว่าเหตุ เพราะอารมณ์โกรธก็ให้เลื่อนไปพูดกันวันหน้า

มีใครมาฟ้องว่า "คนนั้นมันว่าท่าน มึงรวยคนเดียวรึไง" แทนที่จะบอกว่า "ไปเรียกมันมานี่" ก็เลื่อนเวลาไปเสีย ด้วยพูดว่า "ไม่เป็นไรแบ่งๆ กันรวยก็ดี"

รถเมล์จากต้นทางไปถึงปลายทางจอดป้ายรายทางเพื่อให้ผู้โดยสารลงเป็นระยะๆ ฉันใด การครองชีวิตที่ดีก็ควรจะ "จอดป้าย" ให้ความชั่วลงจากใจเป็นระยะๆ ฉันนั้น





ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์ โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
 
ถอยกลับ ถัดไป