ขยายหน้าจอ
  • 1772เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]หญิงและชาย เสี่ยงตับแข็งพอกัน [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์openpassorn
 

แม้ผู้หญิงจะไม่มีพฤติกรรมสำส่อน ไม่เมาหัวราน้ำทุกค่ำคืน แต่โอกาสมาเยือนของไวรัสตับอักเสบแทบจะไม่ต่างจากผู้ชายรักสนุก
คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า ชายมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสตับอักเสบมากกว่าหญิง โดยเฉพาะชายรักสนุกที่มีพฤติกรรมชอบดื่มสุรา สูบบุหรี่ มีคู่นอนหลายคน โดยลืมตระหนักไปว่า ผู้หญิงก็มีโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเท่ากันกับผู้ชาย





เพราะในประเทศแถบเอเชียรวมถึงประเทศไทย ช่องทางการติดเชื้อที่สำคัญยังคงมาจากแม่สู่ลูก ส่วนโอกาสที่จะกลายเป็นตับแข็งและมะเร็งตับก็มีได้เช่นเดียวกับผู้ชาย โดยเฉพาะสาวๆ ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่แล้ว และโปรดปรานอาหารไขมันสูง ของทอด อาหารหมักดอง ถั่วหรือธัญพืชบางชนิดที่อาจมีสารอะฟลาท็อกซินซึ่งเกิดจากเชื้อรา
สาวๆ ที่ชอบซื้อยาหรือวิตามินที่อาจมีผลต่อตับมากินเอง โดยขาดการศึกษาข้อมูลที่เพียงพอ หรือไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ล้วนเป็นพฤติกรรมที่เอื้อให้เกิดภาวะตับอักเสบ ตับแข็งและมะเร็งตับ ได้เช่นเดียวกับผู้ชายคอทองแดงที่รักการดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลาย ดังนั้น ผู้หญิงไม่ควรชะล่าใจ เพราะต่างก็มีอัตราเสี่ยงติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ และมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งตับไม่แตกต่างกันกับผู้ชาย นพ.บุญเลิศ อิมราพร อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลเวชธานี กล่าว
อาการไวรัสตับอักเสบแบ่งเป็น 2 ลักษณะคือ ติดเชื้อแบบเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร อาจมีผื่น ปวดข้อ ร่วมด้วย ต่อมาไข้จะลดลงจึงเริ่มมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง ส่วนอีกกลุ่มคือ ติดเชื้อแบบเรื้อรัง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการผิดปกติ หรืออาจมีอาการที่ไม่จำเพาะ เช่น อ่อนเพลียเล็กน้อย กลุ่มนี้หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม อาจนำไปสู่การเป็นตับแข็งและมะเร็งตับในที่สุด
ไวรัสตับอักเสบที่พบบ่อยในปัจจุบัน คือ เอ บีและซี ส่วน ดีและอี พบน้อย แต่เชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดตับอักเสบเรื้อรัง ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบชนิดบี ซีและดีเท่านั้น โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบบี เป็นสาเหตุสำคัญของภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็งและมะเร็งตับ
ปัจจุบันพบจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีทั่วโลก 350-400 ล้านคน ส่วนในไทยพบจากผู้บริจาคเลือดประมาณร้อยละ 5 และส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการผิดปกติ โดยเฉพาะในเด็กจะไม่แสดงอาการป่วยใดๆ แต่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่จะเสี่ยงเป็นมะเร็งตับสูงกว่าคนทั่วไปประมาณ 200 เท่า
ไม่ใช้ช้อนกลาง ปลอดภัยแค่ไหน
นพ.รัชวิชญ์ เจริญกุลให้คำตอบว่า ไวรัสตับอักเสบบีจะไม่ติดต่อผ่านการรับประทานอาหาร น้ำลายหรือการสัมผัส แต่สามารถติดต่อได้ 3 ทางคือ เลือด เพศสัมพันธ์และแม่สู่ลูกขณะคลอด ซึ่งยังคงเป็นช่องทางการติดเชื้อที่สำคัญในไทย ถึงแม้ว่าจะมีวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีแล้วก็ตาม แต่ยังพบผู้ติดเชื้อสูงอยู่ ทั้งๆ ที่สามารถป้องกันได้ โดยการตรวจคัดกรอง
หากพบว่าไม่มีภูมิต้านทานไวรัสก็สามารถรับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี หรือแม้กระทั่งติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแล้ว วัคซีนจะป้องกันไม่ให้เป็นตับแข็งและมะเร็งตับ และหากวางแผนมีบุตรยังสามารถตั้งครรภ์และให้กำเนิดทารกได้อย่างปลอดภัย
ไวรัสตับอักเสบซี ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็งและมะเร็งตับ แต่ไม่ง่ายเหมือนกับไวรัสตับอักเสบบี โดยติดทางเลือดเป็นหลัก ส่วนทางเพศสัมพันธ์และจากแม่ไปสู่นั้นน้อยมากๆ จากข้อมูลการบริจาคเลือด พบว่า มีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี 1-2 % ของประชากร ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนไวรัสตับอักเสบซี นพ.รัชวิชญ์กล่าว
ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติ ตรวจพบได้โดยการตรวจเลือดเท่านั้น ซึ่งหากกลายเป็นไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง และไม่ได้รับการรักษาจะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ ได้แก่ ตับแข็งและมะเร็งตับในที่สุด
ส่วนผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบไม่ว่าชนิดใดก็ตาม คุณหมอแนะนำแนวทางปฏิบัติตัวว่า ควรงดสุราและบุหรี่ หลีกเลี่ยงการรับประทานยาโดยไม่จำเป็น ควรปรึกษาแพทย์ว่ายาชนิดนั้นมีผลต่อตับหรือไม่ หลีกเลี่ยงยาสมุนไพร พักผ่อนให้เพียงพอ งดออกกำลังกายหักโหม ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ เพื่อเฝ้าระวังตับแข็งและมะเร็งตับ
พร้อมกันนี้ควรแนะนำให้ญาติพี่น้อง คนใกล้ชิด สามีภรรยา ตรวจหาการติดเชื้อไวรัสและรับวัคซีนป้องกัน ระมัดระวังการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น กรณีมีข้อบ่งชี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง


ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ โดย สาลินีย์ ทับพิลา
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
 
ถอยกลับ ถัดไป