ขยายหน้าจอ
  • 1943เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]"เด็ก" สายตาผิดปกติ ปัญหาใหญ่ที่ครูต้องสังเกต [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์openpassorn
 

การมองเห็นถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเรียนรู้ แต่หากว่าสายตามีปัญหาย่อมส่งผลให้มองได้ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะถ้าเกิดขึ้นกับเด็กเล็กในวัย 0-5 ปี หมายความว่า โอกาสในการเรียนรู้ของเด็กเหล่านี้ย่อมลดลงไปไม่เทียบเท่ากับเด็กที่มีสายตาปกติแน่นอน และอาจนำไปสู่การขาดโอกาสที่ดี เพื่อพัฒนาการต่อไปในอนาคต



อีกทั้งในกลุ่มเด็กเล็กที่เติบโตมาเหล่านี้มีจำนวนมากไม่รู้ว่าตนเองมีความผิดปกติของสายตา...มองได้ไม่เหมือนกับเพื่อนๆ อื่น

ในการประชุมวิชาการเพื่อนำเสนอรายงานการทบทวนนโยบายด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในกลุ่มเด็กอายุ 0-5 ปีในประเทศไทย ที่จัดโดยโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการนำเสนอนโยบายคัดกรองปัญหาทางสายตาให้กับกลุ่มเด็กเล็กเหล่านี้

โดยมุ่งหวังเป็น 1 ใน 6 นโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาวะเด็กไทย เนื่องจากมองว่านอกจากจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาการที่ดีของเด็กๆ แล้ว ยังคำนึงว่าหากพวกเขาไม่ได้รับการรักษาโดยเร็วต่อไปอาจนำไปสู่ภาวะตาบอดได้

นางสาวจอมขวัญ โยธาสมุทร นักวิจัยโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ กล่าวว่า ภาวะสายตาผิดปกติเป็นสาเหตุสำคัญของความผิดปกติในการมองเห็น และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่พบมากเป็นอันดับ 2 ของภาวะตาบอด และจากการศึกษาของทางองค์การอนามัยโลกพบว่ามีเด็กที่อายุมากกว่า 5 ปี ที่ผิดปกติในการมองเห็นและไม่ได้รับการแก้ไขประมาณ 153 ล้านคน โดยในจำนวนนี้ราว 8 ล้านคน มีสายตาระดับตาบอด ซึ่งจากการประมาณการความสูญเสียจากภาวะสายตาผิดปกติทั่วโลกมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 269 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 8 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ การสำรวจความชุกของภาวะสายตาผิดปกติในเด็กพบว่าแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันไป อาทิเช่น มาเลเซียพบความชุก 14.8% ฮ่องกง 36.7% และสิงคโปร์ 50%

ส่วนประเทศไทยจากการสำรวจภาวะตาบอด สายตาเลือนรางและโรคตาที่เป็นปัญหาสาธารณสุขพบว่ามีประชากรประมาณ 15 ล้านคน ที่มีสายตามผิดปกติโดยไม่มีแว่นสายตา และในจำนวนนี้ 100,000 คน ที่สายตาอยู่ในระดับตาบอด

เมื่อสำรวจความชุกภาวะสายตาผิดปกติในกลุ่มเด็กวัยเรียน อายุ 6-12 ปี ในเขตกรุงเทพมหานครพบ 12.7% ขณะที่ในกลุ่มเด็กนักเรียนชั้นประถมปีที่ 1 ในจังหวัดเชียงใหม่ นครปฐม และกรุงเทพมหานคร พบเด็กนักเรียนที่มีภาวะสายตาผิดปกติ 13% ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่สูงมาก นอกจากนี้ ข้อมูลของคณะทำงานโครงการส่งเสริมสุขภาพทางสายตา กระทรวงสาธารณสุขยังพบว่าในจำนวนเด็กอายุ 0-5 ปี ราว 200,000 คน มีปัญหาเรื่องการมองเห็น

เด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติหากไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็วจะส่งผลต่อการศึกษา การประกอบอาชีพ อันหมายถึงคุณภาพของเด็ก และประชากรของประเทศในอนาคต นักวิจัยโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ ระบุ

นางสาวจอมขวัญ กล่าวต่อว่า การวินิจฉัยและรักษาภาวะสายตาผิดปกติสามารถทำได้ไม่ยุ่งยาก แต่จะทำอย่างไรให้เด็กเข้าถึงการคัดกรองและได้รับรักษาโดยเร็ว เพราะหากได้รับการรักษารวดเร็วเท่าไร โอกาสที่เด็กเหล่านี้จะกลับมามีสายตาใกล้เคียงหรือปกติเท่ากับเด็กคนอื่นย่อมมีมากขึ้น โดยเฉพาะก่อนอายุ 5 ปี ยิ่งมีโอกาสรักษาได้ง่าย

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการจัดทำโครงการพัฒนาระบบคัดกรองภาวะสายตามผิดปกติและประกอบแว่นสายตา สำหรับเด็กวัยก่อนประถมศึกษา อายุ 3-5 ปี และประถมศึกษา อายุ 6-12 ปี ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2555 นี้ เพื่อดูความคุ้มค่าและนำเสนอบรรจุไว้ในสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาลภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าต่อไป

สำหรับการคัดกรองเด็กทั่วประเทศ หากให้จักษุแพทย์ดำเนินการคงดำเนินการได้ยาก เพราะแต่ละปีมีเด็กเกิดใหม่ราว 700,000-800,000 คน ขณะที่จักษุแพทย์มีไม่มากเพียงพอ จึงคิดว่าควรให้คุณครูที่อยู่ใกล้เด็กมากที่สุด เป็นผู้ทำหน้าที่คัดกรองเบื้องต้น โดยมีการปรับเครื่องมือคัดกรองสายตาที่เหมาะสม พร้อมจัดทำเป็น คู่มือการตรวจคัดกรองระดับการเห็นในเด็กระดับชั้นอนุบาลและประถมศึกษา เพื่อแจกให้กับคุณครูดำเนินการ มีรายละเอียดทั้งวิธีการสังเกตพฤติกรรมและอาการของเด็ก การเตรียมห้องตรวจและสถานที่วัดสายตา รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการวัด และวิธีการอ่านประเมินผล

โดยในส่วนของเด็กอนุบาลจะใช้ลักษณะรูปภาพ ในการอ่านแทนตัวเลขและตัวหนังสือ เช่น รูปบ้าน แอปเปิล สี่เหลี่ยม และวงกลม เป็นต้น เนื่องจากเด็กวัยนี้ยังอ่านหนังสือไม่ได้มากนัก

ทั้งนี้ โครงการได้นำร่องในโรงเรียน 4 แห่ง กระจายทั่วทุกภาค ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ลำพูน นครพนม และสมุทรปราการ ซึ่งพบว่าการให้ครูเป็นผู้คัดกรองสายตาได้ผลดีกว่าให้จักษุแพทย์ดำเนินการ เพราะว่าเด็กๆ จะเชื่อฟังครูมากกว่า ดังนั้น ครูสั่งอะไรก็ทำตามหมด ทั้งยังมีความระเบียบมากกว่า แต่ถ้าเป็นจักษุแพทย์ เด็กๆ จะซนและเชื่อฟังน้อยกว่า และเมื่อคุณครูพบว่าเด็กคนไหนมีปัญหาทางสายตา ค่อยส่งตัวไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการรักษาต่อไป ถือเป็นวิธีแบ่งเบาภาระจักษุแพทย์

ในโรงเรียนนำร่องโครงการ เราพบเด็กๆ หลายคนที่ตามีปัญหา อาทิเช่น สายตาสั้น มองไม่ชัด ทำให้เรียนไม่ตั้งใจเรียน ส่งผลให้เรียนไม่ทันเพื่อน สอบได้คะแนนไม่ดี ถูกคุณครูดุ ทั้งยังถูกเพื่อนล้อ ทำให้รู้สึกไม่อยากเรียน กลายเป็นเด็กหลังห้อง แต่หลังจากที่คัดกรองสายตา ทำให้รู้ว่าสาเหตุที่เด็กเรียนไม่เก่ง ไม่รู้เรื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสายตาที่มีปัญหาและตัวเด็กเองก็ไม่รู้ คิดว่าภาพที่เห็นเป็นปกติของสายตาคนเรา ขณะที่ผู้ปกครองเองก็ไม่ทราบเพราะเห็นลูกสามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ ครูเองก็รู้สึกเสียใจที่ไปตำหนิเด็กก่อนหน้านี้ แต่หลังจากที่แก้ไข ให้แว่นตาไปใส่ แค่อันละร้อยกว่าบาท เด็กก็มีพฤติกรรมดีขึ้น

นางสาวจอมขวัญ บอกด้วยว่า นอกจากคัดกรองสายตาให้เด็กแล้ว การได้ยินก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องผลักดันให้เกิดการคัดกรอง เพราะเด็กที่ประสาทหูไม่ปกติจะทำให้ได้ยินที่ครูสอนไม่ชัดเจน ส่งผลต่อการเรียนและพัฒนาการเช่นกัน เพียงแต่ในเรื่องนี้ยังไม่มีรูปแบบดำเนินการเป็นรูปธรรมชัดเจนเหมือนสายตา

ทั้งนี้ ในกลุ่มเด็กที่มีปัญหาการได้ยินต้องได้รับการรักษาด้วยการฝังประสาทหูเทียม ซึ่งหากรักษาให้โดยเริ่มในกลุ่มเด็กเล็กจะมีความคุ้มค่ามากกว่า มีโอกาสฟื้นฟูการได้ยินเท่าเด็กปกติ และยังส่งผลต่อการเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาได้ นอกจากนี้ ควรเริ่มในเด็กก่อนวัยหัดพูดเพื่อที่จะไม่เกิดปัญหาการสื่อความหมายผิดพลาดที่รุนแรง

จากการศึกษาอุบัติการณ์การสูญเสียการได้ยินในเด็กแรกเกิดในโรงพยาบาลรามาธิบดี พบเด็กที่มีภาวะบกพร่องการได้ยิน 1.7 รายต่อทารกแรกเกิดมีชีพ 1,000 ราย แสดงให้เห็นว่าในแต่ละปีมีเด็กแรกเกิดจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาการได้ยินจำเป็นต้องมีมาตรการคัดกรองเพื่อช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน นางสาวจอมขวัญกล่าว

เรื่องทั้งหมดนี้จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล จะเลือกผลักดันนโยบายให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพเพื่อพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต หรือจะปล่อยให้กลายเป็นภาระที่สังคมต้องดูแลแทน...

"หากไม่เร่งแก้ไขเด็กบางส่วนอาจตาบอด ย่อมส่งผลกระทบต่ออนาคตของชาติแน่นอน"

        





ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป