ขยายหน้าจอ
  • 2117เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[นานาสาระ]สร้างภูมิคุ้มกันเด็กไทย สร้างความปลอดภัยทางน้ำ [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 

คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมว่า ในช่วงปิดเทอม มี.ค.- พ.ค. มีเด็กอายุต่ำกว่า 15ปี จมน้ำเสียชีวิตเกือบ 500คน ซึ่งการจมน้ำก็เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15ปี และจากสถิติยังพบอีกกว่าเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15ปีเสียชีวิตจากการจมน้ำมากกว่าอุบัติเหตุจราจรถึง 2เท่า และมากกว่าไข้จากไวรัสและไข้เลือดออกถึง 24เท่าอีกด้วย



เมื่อหลายปีก่อนหลังจบเป็นกุมารแพทย์ใหม่ ๆ ที่ต่างจังหวัด ได้มีโอกาสดูแลผู้ป่วยเด็กอายุ 7ขวบ มาโรงพยาบาลด้วยเรื่องจมน้ำบริเวณหนองน้ำใกล้บ้าน คุณแม่บอกว่าเด็กว่ายน้ำได้และไปเล่นน้ำกับเพื่อนบ้าน เด็ก ๆ คนอื่นขึ้นจากน้ำกันแล้วแต่ลูกขอเล่นน้ำต่อ จากนั้น ไม่เกิน 15นาที เพื่อน ๆ ไม่เห็นลูก จึงตามผู้ใหญ่มาช่วยงมลูกขึ้นมา เด็กตัวเขียว ไม่รู้ตัว นำส่งโรงพยาบาล ภาพที่ห้องฉุกเฉินมีแต่เสียงร้องไห้ น้ำตาของเด็ก ๆ เพื่อนของผู้ป่วย น้ำตาของคุณพ่อคุณแม่ เป็นความเศร้าจนเกินบรรยาย เด็กต้องได้รับการฟื้นคืนชีพที่ห้องฉุกเฉินและนำตัวรักษาต่อที่ห้องไอซียูต่ออีก 2คืน จากนั้นเราก็สูญเสียเด็กไปเนื่องจากสมองขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง และในช่วงเวลาที่ไม่ห่างกันนี้ก็มีเด็กอีกรายถูกส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลจังหวัดเนื่องจากจมน้ำและมีการติดเชื้อภาวะปอดบวมอย่างรุนแรง ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ต้องเจาะช่องปอดเพื่อระบายน้ำในช่องปอด เด็กต้องอยู่ในไอซียูเป็นสัปดาห์ และต้องเจาะคอเพราะไม่สามารถหายใจด้วยตัวเองได้ เด็กรายนี้ปลอดภัยรอดชีวิต แต่เด็กต้องกลับบ้านพร้อมท่อเจาะคออีกหลายเดือนจึงจะเอาท่อเจาะคอออกได้
ในระหว่างที่ตัวดิฉันเขียนเรื่องเล่านี้ ยังคงรู้สึกรับรู้ถึงความเศร้า น้ำตาของคุณพ่อคุณแม่และญาติผู้ใหญ่ของผู้ป่วยเด็กทุกท่าน และรำลึกได้ถึงความเศร้าที่เกิดขึ้นกับตัวเองในฐานะแพทย์ผู้ดูแลในตอนนั้นได้อย่างดี
คุณพ่อคุณแม่ช่วยหนูได้...
- ไม่ปล่อยให้เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5ปี คลาดสายตาแม้เพียงชั่วขณะ เช่น เดินไปรับโทรศัพท์ เดินไปเปิดปิดประตูบ้าน เป็นต้น ทั้งขณะอยู่ใกล้แหล่งน้ำหรือภายในบ้าน ที่ใกล้ภาชนะใส่น้ำ เช่น โอ่ง ถัง เพราะระดับน้ำเพียง 1-2นิ้วก็สามารถทำให้เด็กจมน้ำได้
- สอนวิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง คือต้องไม่กระโดดลงไปช่วยแม้ว่ายน้ำเป็น แต่ให้ช่วยด้วยการตะโกนเรียกผู้ใหญ่
- สอนบุตรหลานให้รู้จักกฎแห่งความปลอดภัย เช่นไม่เล่นใกล้แหล่งน้ำ ไม่เล่นคนเดียว
วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น
1. สังเกตว่าถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจ ให้เป่าปากช่วยหายใจทันทีอย่าเสียเวลาพยายามเอาน้ำออกจากปอดหรือผายปอดด้วยวิธีอื่น เพราะไม่ทันการณ์และไม่ได้ผล ถ้าเป็นไปได้ควรลงมือเป่าปากตั้งแต่ก่อนขึ้นฝั่ง เช่นพาขึ้นเรือ หรือพาเข้าที่ตื้น ๆ
2. หากคลำชีพจรไม่ได้ หรือหัวใจหยุดเต้น ให้นวดหัวใจทันที ถ้าผู้ป่วยยังหายได้เอง หรือช่วยเหลือจนหายใจได้แล้ว ควรจับผู้ป่วยนอนตะแคงข้าง ศีรษะหงายไปข้างหลังเพื่อให้น้ำไหลออกทางปาก ใช้ผ้าคลุมผู้ป่วยเพื่อให้เกิดความอบอุ่น อย่าให้กินอาหารและดื่มน้ำทางปากถ้ายังไม่หายใจ ต้องช่วยเป่าปากสลับกับนวดหัวใจไปด้วยกัน
3. ควรส่งผู้ป่วย ที่จมน้ำไม่ว่าจะมีอาการหนักเบาเพียงใด ไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลทุกราย ในรายที่หมดสติและหยุดหายใจ ผายปอดด้วยวิธีเป่าปากไปตลอดทาง อย่ารู้สึกหมดหวังแล้วหยุดให้การช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามให้ขอความช่วยเหลือด้านการแพทย์ได้ที่สายด่วน 1669
4. ห้ามจับเด็กที่จมน้ำอุ้มพาดบ่าหรือวางบนกระทะคว่ำเพื่อเอาน้ำออกเพราะไม่ได้ประโยชน์และจะทำให้เด็กขาดอากาศหายใจนานยิ่งขึ้น
ดิฉันเองมีความเชื่อส่วนตัวค่ะว่า “เด็ก ๆ เปรียบเสมือนเทวดานางฟ้า..บ้านไหนมีเด็กก็เท่ากับมีเทวดานางฟ้าประจำอยู่ในบ้าน” การปกป้องเด็กจากการจมน้ำนี้เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ ผู้ใหญ่ทุกคนในสังคมสามารถปกป้องเด็ก ๆ ให้ปลอดภัยจากการจมน้ำได้ การฝึกเด็กให้ว่ายน้ำเป็นนั้นช่วยให้มีเวลามาพอที่ผู้ใหญ่จะเข้าไปช่วยเหลือได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กจะไม่จมน้ำ ดังนั้นเมื่อเด็กเล่นน้ำควรอยู่ในสายตาผู้ใหญ่เสมอนะคะ
  

ที่มา : หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป