ขยายหน้าจอ
  • 2098เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

ความดันโลหิตสูง..ภัยเงียบใกล้ตัว [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 

ความดันโลหิตสูง โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเสียชีวิตของคนไทยถึงปีละ 70,000ราย และสูญเสียปีสุขภาวะจากการเสียชีวิตและพิการถึงปีละ 600,000 ปี โรคความดันโลหิตสูงจึงเปรียบเสมือน ฆาตกรเงียบ ที่คร่าชีวิตคนไทยอย่างไม่ทันตั้งตัว

จากการเปรียบเทียบความชุกของโรคความดันโลหิตสูงในประชากรไทยอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 15 ปี จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 1-4 ระหว่างปี 2535-2552 พบว่า มีแนวโน้มสูงขึ้นในการสำรวจครั้งที่ 3 และปรับลดลงเล็กน้อยในการสำรวจครั้งที่ 4
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตัวเลขความชุกของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจะปรับลดลงเล็กน้อยในการสำรวจครั้งที่ 4 เนื่องจากที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้จัดให้มีโครงการรณรงค์คัดกรองโรคความดันโลหิตสูง โดยทำการตรวจสุขภาพเชิงรุกกับประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ครอบคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 เพื่อสร้างกระแสความตื่นตัวให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนไทย ส่งผลให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่รู้ตัว เข้าถึงบริการ และคุมความดันโลหิตได้มากขึ้นก็ตาม แต่ทว่ายังไม่มากพอ ดังจะเห็นได้จากการสำรวจสุขภาพฯ ครั้งที่ 4 (ปี 2551-2552) ที่พบว่า ผู้หญิงที่ได้รับการรักษาและสามารถคุมความดันโลหิตสูงได้มีเพียง ร้อยละ 27.3 ขณะที่ผู้ชายมีเพียงร้อยละ 14.4 เท่านั้น
รายงานของสำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย หรือ สสท. ระบุว่า จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 (ปี 2551-2552) พบว่า ทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงพอๆ กัน โดยพบความชุกในผู้หญิงร้อยละ 62.5 และผู้ชายร้อยละ 37.5
กลุ่มอายุที่พบความชุกของโรคมากที่สุดคือ กลุ่มอายุมากกว่า 80 ปีขึ้นไป พบมากถึงร้อยละ 55.9 และลดหลั่นลงมาตามลำดับอายุ
เมื่อพิจารณาความชุกของโรคความดันโลหิตสูงโดยแบ่งตามภูมิภาค พบว่า ภาคกลางมีความชุกมากที่สุด ร้อยละ 24.5 รองลงมาคือภาคเหนือ ร้อยละ 23.5 ภาคใต้ ร้อยละ 21.6 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือน้อยที่สุด ร้อยละ 15.2
อย่างไรก็ตาม หากนับรวมกรุงเทพฯ ด้วยแล้ว ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีความชุกของโรคความดันฯ มากที่สุด คือร้อยละ 29.0
นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบผลการสำรวจความชุกของโรคความดันโลหิตสูงในประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาล พบว่า ในเขตเทศบาลพบความชุกของโรคร้อยละ 26.8 ขณะที่นอกเขตเทศบาลพบร้อยละ 19.0
ดังนั้น หากไม่อยากให้โรคความดันโลหิตสูง (และอีกสารพัดโรคที่ตามมา) บั่นทอนสุขภาพคนไทยมากไปกว่านี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่เราทุกคนต้องตระหนักและหมั่นเช็กความดันโลหิต ดูแลใส่ใจอาหารการกิน ลดอาหารมันๆ เค็มๆ และอาหารรสจัด เลี่ยงการดื่มสุราและงดสูบบุหรี่ รวมทั้งหมั่นออกกำลังกาย ทำจิตใจให้สบาย เหล่านี้ก็จะช่วยให้สามารถพ้นภัยความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน
  

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
 
ถอยกลับ ถัดไป