ขยายหน้าจอ
  • 1737เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]11 วิธีสร้างรอยยิ้มโดยปราศจากกลิ่นปาก [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์openpassorn
 



ผู้เขียนได้มีโอกาสอ่านจากเว็บprevention.com เกี่ยวกับวิธีการสร้างรอยยิ้มที่สดใส ปราศจากกลิ่นปากเพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่ารอยยิ้มถือเป็นการสร้างมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่และเป็นประตูก้าวแรกในการสร้างความสัมพันธ์แต่คงไม่ดีแน่หากว่าเราเป็นคนมีรอยยิ้มที่สดใสน่าประทับใจแต่มีกลิ่นปาก

เราลองมาดูกันว่าวิธีง่าย ๆ ในการลดกลิ่นปากมีอะไรบ้าง

1.อาหารและพฤติกรรมบางประเภททำให้เกิดคราบสีติดอยู่ที่ฟัน เช่นการดื่มกาแฟ ไวน์แดง และการสบบุหรี่เพราะสารเหล่านี้จะเข้าไปเกาะและเคลือบติดอยู่กับผิวฟันยากแก่การทำความสะอาด เคล็ดลับคือให้ดื่มน้ำมาก ๆ

2.ลดอาหารหวานหรือของขบเคี้ยวระหว่างมื้ออาหาร อาหารที่มีรสหวาน เช่นช็อกโกเเลต มันฝรั่ง ขนมปังกรอบ ถึงแม้ว่าจะเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตแต่เมื่อแตกตัวจะกลายเป็นน้ำตาลได้ง่าย และจะก่อให้เกิดแบคทีเรียในปากโดยเฉพาะคราบเหนียว ๆ จะติดอยู่ตามซอกฟันและยากต่อการทำความสะอาดนอกจากนี้ของขบเคี้ยวต่าง ๆก็เป็นของกินที่ง่ายต่อการเข้าไปติดตามซอกฟันและซอกเหงือกที่ซึ่งแบคทีเรียชอบอาศัยอยู่ เคล็ดลับง่าย ๆคือรับประทานของขบเคี้ยวร่วมกับมื้ออาหาร มากกว่าการทานเป็นของว่างเพราะเมื่อเรารับประทานร่วมกับอาหารน้ำลายจะช่วยล้างคราบและกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้

3.ไม่ควรแปรงฟันทันทีหลังจากดื่มเครื่องดื่มบางประเภท เช่นโซดา หรือเครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยวบางประเภทในเครื่องดื่มที่มีรสชาติเข้มข้นเมื่อรวมตัวกับสารขจัดคราบในการแปรงฟันจะทำให้เกิดการกัดกร่อนของเคลือบฟันได้ เคล็ดลับในการป้องกันให้ฟันขาวสะอาดคือ แทนที่จะดื่มโซดาควรดื่มน้ำหรือเคี้ยวหมากฝรั่งที่ปราศจากน้ำตาลจะช่วยให้น้ำลายมีการไหลเวียน แล้วหลังจากนั้นค่อยแปรงฟันสำหรับผู้ที่มักมีอาการเสียดท้อง หรือจุกเสียดได้ง่ายด้วยให้ดื่มน้ำแทนโซดาเป็นประจำเพราะในปากอาจมีภาวะเป็นกรดได้ง่ายกว่าคนปกติ

4.รับประทานอาหารที่มีวิตามิน C เพราะวิตามิน C เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างเซลของร่างกาย จากการศึกษาพบว่า25% ของคนเรารับประทานอาหารที่มีวิตามีน C น้อยกว่า 60 มิลลิกรัมต่อวัน(โดยปกติผลส้ม 1 ผลจะมี วิตามิน C อยู่มากกว่า 80 มิลลิกรัมเท่ากับน้ำส้มประมาณ 8 ออนซ์ ) และจะเป็นโรคเหงือกมากกว่าคนที่ได้รับวิตามีน C อย่างน้อย180 มิลลิกรัมหรือมากกว่า การศึกษานี้ทำกับคนอเมริกันมากกว่า 12,000คนที่มหาวิทยาลัย New York เคล็ดลับ คือดื่มน้ำส้มตอนเช้าสัก 1แก้วเป็นประจำ เพื่อให้ได้ปริมาณวิตามิน C ที่พอเพียงสำหรับร่างกาย

5.ดื่มน้ำชา ในชามีสารที่ช่วยยับยั้งกลิ่น ชาเขียวหรือชาดำมีสารฆ่าเชื้อหลายอย่างบรรจุอยู่หลายอย่างที่ช่วยป้องกันหินปูนที่เกาะอยู่ที่ซอกฟันและช่วยลดภาวะโรคเหงือกและฟันผุได้ อีกทั้งชายังช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่นปราศจากกลิ่นเหม็นเพราะการเจริญเติบโตของแบคทีเรียอีกด้วยจากการศึกษาของมหาวิทยาลัย Illinois at Chicago College of Dentistryพบว่าชาหลายประเภทมีสารฟลูออไรด์ ซึ่งมีผลดีต่อสุขภาพฟันเคล็ดลับดื่มน้ำชาสักถ้วยตอนบ่ายจะช่วยทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉงกระชุ่มกระชวยขึ้นได้

6.จิบจากหลอด เครื่องดื่มประเภทโซดาหรือเครื่องดื่มบำรุงกำลังมักมีผลต่อสุขภาพฟันตามที่กล่าวมาในข้อ 3ดังนั้นการดื่มโดยใช้หลอดจะช่วยให้ผ่านไปสู่ลำคอโดยไม่ต้องผ่านฟันได้และจะช่วยป้องกันสารที่เคลือบฟันให้คงอยู่เคล็ดลับเก็บสะสมหลอดไว้ในลิ้นชักที่ทำงาน ในกระเป๋าในครัวหรือในสถานที่ซึ่งง่ายต่อการหยิบใช้

7.ป้องกันรอยยิ้มในเวลาว่ายน้ำ อาจจะฟังดูแล้วแปลกแต่การศึกษาของศูนย์สุขภาพฟันพบว่าคลอรีนในน้ำเป็นตัวกัดกร่อนสารที่เคลือบฟัน หากเราวางแผนไปว่ายน้ำควรเตรียมผ้าเช็ดตัวและแปรงสีฟันติดไปด้วยจากการศึกษาสมาคมสุขภาพฟันของอเมริกาพบว่าคลอรีนในสระอาจช่วยป้องกันแบคทีเรียแต่หากใส่มากเกินไปจะทำให้เกิดค่าความเป็นกรดที่เป็นอันตรายทั้งต่อปอดและสุขภาพฟันได้ เคล็ดลับ แปรงฟันหลังจากว่ายน้ำและใช้ฟลูออไรด์บ้วนปากทันทีหลังจากว่ายน้ำเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง

8.รับประทานแคลเซียมให้เพียงพอ ในกระดูกต้องการแคลเซียมเช่นเดียวกับฟัน จากการศึกษาของนักวิจัยที่ Buffaloสหรัฐอเมริกา พบว่าคนที่ได้รับแคลเซียมน้อยกว่า 800มิลลิกรัมต่อวันมีสิทธิ์ที่จะเป็นโรคเหงือกและฟันผุได้ เพราะ 99%ของแคลเซียมอยู่ในกระดูกและฟันการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมอยู่จะช่วยถนอมฟันให้ยืนยาวได้เช่นอาหารจำพวก นม เนย โยเกิร์ต เป็นต้น เคล็ดลับหญิงที่มีอายุน้อยกว่า 51ปีควรได้รับปริมาณแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน และมากกว่า 51ปีควรได้รับประมาณ 1,200 มิลลิกรัม ทานแคลเซียมให้มากในแต่ละมื้อ นม 8ออนซ์ใน 1 แก้วมีปริมาณแคลเซียม 300 มิลลิกรัมเท่ากับโยเกิร์ต 6ออนซ์หรือเท่ากับเนยแข็ง 1.5 -2 ออนซ์

9.ทานแอปเปิล 1 ผลต่อวัน อาหารจำพวกแอปเปิล แครอท อาหารที่ต้องเคี้ยวเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนการแปรงฟันเมื่อเราเคี้ยวจะช่วยขจัดคราบที่สกปรกที่เคลือบฟันอยู่เป็นเวลานานยิ่งหากเราเป็นคอกาแฟด้วยแล้วหากรับประทานแอปเปิลวันละผลจะช่วยลดคราบที่ติดอยู่กับฟันมากทีเดียว เคล็ดลับหากไม่มีโอกาสแปรงฟันในระหว่างมื้ออาหารแต่มีโอกาสรับประทานแอปเปิลให้ทานน้ำตามด้วยเพื่อลดคราบน้ำตาลที่จะมีผลต่อสุขภาพฟัน

10.การแสดงความรักโดยการจูบ การจูบเป็นการเพิ่มจำนวนน้ำลายที่อยู่ในปากซึ่งช่วยทำความสะอาดฟันและป้องกันแบคทีเรียที่เป็นทำอันตรายต่อฟันได้เคล็ดลับการแสดงความรักโดยการจูบช่วยสร้างแสดงความสุขด้วยในเวลาเดียวกันแต่หากเราไม่มีคนให้จูบ การเคี้ยวหมากฝรั่งที่ปราศจากน้ำตาลก็ช่วยได้

11.รับประทานข้าวสาลี (whole grain) มหาวิทยาลัยMcMasterของแคนาดาแนะนำว่าการรับประทานอาหารประเภทที่ทำจากข้าวสาลีจะช่วยเรื่องสุขภาพฟันได้ จากการศึกษาผู้ชายจำนวน 34,000 คนเป็นเวลา 14ปีพบว่าคนที่ทานขนมปังโฮลวีท 3 มื้อต่อวันจะช่วยลดปัญหาเรื่องปากและฟันมากกว่าคนที่ทานอาหารที่มีข้าวสาลีเพียง 1มื้อมากถึง 23% เคล็ดลับเปลี่ยนจากข้าวขาวมาเป็นอาหารประเภทข้าวสาลีขนมปังโฮลวีท ข้าวซ้อมมือดีกว่า เพราะจะช่วยเรื่องโรคหัวใจ ลดน้ำตาลในเลือดและโรคเบาหวาน และอีกหลายโรคทั้งยังช่วยเรื่องสุขภาพปากและฟันอีกด้วย

มีงานวิจัยใหม่ ๆ หลายชิ้นระบุถึงโรคที่เกิดจากภาวะสุขภาพฟันและเหงือกไม่แข็งแรง ว่าจะนำไปสู่โรคต่างๆ มากมายที่คาดไม่ถึงได้ เช่นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน   หลอดเลือด  ปอดอักเสบ โรคตับ การคลอดก่อนกำหนด และอวัยวะเพศไม่แข็งตัวแทบไม่น่าเชื่อว่า 40%ของคนเรายอมรับว่าไม่เคยใช้ไหมขัดฟัน และ 35% ของคนที่อายุ 35ปีขึ้นไปไม่ไปหาหมอฟันเมื่อฟันผุรู้อย่างนี้แล้วผู้เขียนขอแนะนำว่าให้เรามารักษาสุขภาพเหงือกและฟันให้สะอาดกันเถอะ เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ





ที่มา : หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการ โดย ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
 
ถอยกลับ ถัดไป