ขยายหน้าจอ
  • 2104เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]กลากเกลื้อน [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์openpassorn
 



กลาก เกลื้อนเป็นโรคทางผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา พบได้บ่อยในประเทศไทยเพราะภูมิอากาศมีลักษณะ ร้อนชื้น ทำให้เหงื่อออกง่ายและเกิดความอับชื้นและเกิดเชื้อราได้ง่าย

โรคกลาก มีหลายชนิด ได้แก่ กลากที่ศีรษะ (Tinea capitis)พบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ อาจพบระบาดในสถานที่บางแห่ง เช่น ในวัดโดยส่วนมากเห็นเป็นวงกลม ขอบเขตชัดเจน มีสะเก็ดหรือขุยบริเวณนั้นอาจมีผมร่วงเป็นหย่อมๆ และจะพบผมหักร่วมด้วยบางครั้งพบลักษณะที่เรียกว่าชันนะตุ (Kerion) ซึ่งเป็นกลากชนิดที่มีการอักเสบมากอาจพบเป็นก้อนใหญ่แล้วแตกออกมีน้ำเหลืองแห้งกรังได้
กลากที่เครา (Tinea barbae) พบบริเวณเคราของผู้ชาย ลักษณะเป็นตุ่มแดงคันมีขุยเป็นวงบางครั้งมีน้ำเหลืองแห้งกรังและมีรอยเกากลากบริเวณลำตัวและซอกขา (Tineacorporis and Tinea cruris) ที่พบบ่อยคือ ชนิดเป็นวงเริ่มต้นเป็นตุ่มแดงเล็กๆ ค่อยๆ ขยายกว้างออกจนเป็นวงกลมเห็นเป็นขอบเขตชัดเจน ผิวจะแห้งและอาจมีขุยบริเวณตรงกลางมักเป็นผิวหนังปกติมีอาการคัน วงมีขนาดตั้งแต่เล็กถึงขนาดใหญ่บางวงอาจรวมกันจนมีรูปร่างแปลกๆ บริเวณที่พบ ได้แก่ ลำตัว แขนขานอกจากเห็นลักษณะเป็นวงแล้ว กลากยังมีลักษณะเป็นก้อนแข็งบริเวณชุนชน(Majocchi sgranuloma) หรือมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำเล็กๆ แล้วแตกได้กลากบริเวณซอกขาจะเห็นตุ่มแดงที่ซอกขาหรือข้อพับของต้นขาหรือบริเวณก้นและจะขยายออกเป็นวงมักมีขุย ร่วมด้วย มีอาการคันมากบางครั้งเมื่อเป็นนานๆสีอาจเป็นสีน้ำตาลคล้ำ กลากบริเวณซอกขาชาวบ้านเรียกว่า "โรคสังคัง"กลากบริเวณเท้า (Tinea pedis)พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ลักษณะสีขาวเปี๋อยมีขุย อาจลามไปที่หลังเท้าฝ่าเท้าหรือลามไปทั้งเท้า เห็นเป็นวงขอบชัดบริเวณหลังขา มีอาการคันมากบางครั้งอาจพบเป็นตุ่มน้ำเล็กๆ ในกรณีกลากที่ฝ่าเท้าบางครั้งอาจไม่พบลักษณะเป็นวงแต่มีลักษณะคล้ายผิวแห้งธรรมดาก็ได้โรคติดเชื้อราที่เล็บ (Onychomycosis) ส่วนมากพบในผู้ใหญ่เล็บของคนแก่ซึ่งยาวช้าจะมีโอกาสติดเชื้อราได้ง่ายอาจพบที่ตรงปลายเล็บหรือด้านข้าง มีสีขาวหรือเหลืองปนน้ำตาลต่อมาใต้เล็บจะหนาขึ้นและดันเล็บให้ยกขึ้นหรืออาจจะพบที่ผิวบนของเล็บก็ได้ลักษณะเป็นดวงสีขาว หรือมีขุยขาวๆ อยู่ที่ส่วนบนของเล็บส่วนกลากที่โคนเล็บพบน้อยเริ่มแรกจะมีสีขาวหรือขาวปนน้ำตาลเกิดขึ้นที่ส่วนโคนเล็บต่อมาจะขยายออกจนเป็นทั้งเล็บ
โรคเกลื้อนจะพบในบริเวณอก หลัง ไหล่ คอ ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง รักแร้ลักษณะของผิวหนังเป็นผื่นมีได้หลายสีเช่น สีขาว สีน้ำตาลและสีแดงลักษณะตอนแรกจะเป็นผื่นขนาดเล็ก(Macules) หลายแหล่งและมีขุยเล็กน้อยต่อมารวมเป็นผื่นใหญ่ (Patch) ผิวหนังบริเวณที่เป็นไม่แสดงอาการอักเสบไม่มีอาการบ่งบอก นอกจากบางรายอาจคันเล็กน้อยเวลามีเหงื่อออกมาก
การรักษาโรคกลากและเกลื้อนมียาหลายชนิดที่ใช้ในการรักษาอยู่ในรูปแบบของยากินและยาทาควรทายาอย่างสม่ำเสมอ เมื่ออาการของโรคหาย ก็ควรทายาต่อไปอีก 2-4 สัปดาห์จึงจะหายขาดได้ นอกจากนี้ แนะนำ 1.หลีกเลี่ยงไม่สัมผัส หรือใช้เสื้อผ้าผ้าเช็ดตัว ถุงเท้า หวี แปรงแปรงผม ร่วมกับผู้เป็นโรคกลาก เกลื้อน2.รักษาความสะอาดของร่างกายโดยอาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งหรือบ่อยกว่านั้นเมื่ออากาศร้อนหรือเหงื่อออกมากควรเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สะอาดไม่อับชื้นทุกครั้งหลังอาบน้ำ 3.ผู้เป็นโรคกลากเกลื้อนควรสวมเสื้อผ้าหลวมๆ สบายๆ เสื้อผ้าควรทำจากผ้าฝ้ายเพราะดูดซับความชื้น ระบายอากาศได้ดี ไม่อับชื้น ไม่ควรใช้เสื้อผ้าหนังผ้าไนล่อน ผ้าใยสังเคราะห์ 4.เสื้อผ้าซักให้สะอาด ตากให้ถูกแดดจัด 5.ที่นอนเช่น ฟูก หมอน ควรตากแดดจัดอาทิตย์ละครั้ง ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนต้องสะอาดผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานบกพร่อง เช่น เอดส์ จะติดเชื้อได้ง่ายทำให้เป็นกลากได้ง่าย
6.การป้องกันกลากที่เท้าควรเช็ดเท้าให้แห้ง ใส่รองเท้าไม่อับเปลี่ยนรองเท้าบ่อยๆ อย่าใส่คู่เดียวและควรเปลี่ยนทุกวันคู่ที่ไม่ใช้ให้โดนแสงแดดบ้าง ควรใส่ถุงเท้าที่ทำจากผ้าฝ้ายเพื่อจะดูดซับเหงื่อได้ดีกว่าการใช้ถุงเท้าที่ทำจากไนล่อน


ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน  
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป