ขยายหน้าจอ
  • 1794เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]'เรียนรู้บทบาทอาหารฟังก์ชันนอลกับการส่งเสริมสุขภาพ' [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 


ปัจจุบันมีข้อมูลสนับสนุนบทบาทของอาหารในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคพบมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ประชาชนให้ความสำคัญกับอาหารเพื่อสุขภาพมากยิ่งขึ้นจึงส่งผลให้ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพขยายออกไปอย่างกว้างขวางและรวดเร็วในสหรัฐอเมริกาผู้บริโภคใช้จ่ายกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นเงินถึงหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีชาวอเมริกันมองอาหารฟังก์ชันนอลเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลรักษาสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและตลาดอาหารประเภทนี้ยังคงเติบโตและดำเนินต่อไปในประเทศสหรัฐอเมริกาแม้แต่ในประเทศแถบเอเชียเองก็พบว่าผู้บริโภคให้ความสนใจและยอมรับไม่แพ้ผู้บริโภคในประเทศแถบตะวันตก


ข้อมูลจาก ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ ชมรมโภชนวิทยามหิดล เปิดเผยว่า จากกระแสอาหารเพื่อสุขภาพนี้เองส่งผลให้นักโภชนาการ นักกำหนดอาหารนักวิทยาศาสตร์การอาหาร แพทย์ เภสัชกร พยาบาลและนักการตลาดทางด้านอุตสาหกรรมอาหารหันมาทำการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทำให้เกิดการค้นพบคุณประโยชน์และสรรพคุณทางยาของอาหารมากขึ้นกอปรกับความต้องการของผู้บริโภคในเรื่องความสะดวกและรวดเร็วในการนำไปใช้โดยให้คงคุณค่า รวมถึงคุณสมบัติในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันและบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ไว้เหมือนเดิมที่มีในธรรมชาติด้วย

หนึ่งในอาหารเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคืออาหารฟังก์ชันนอล (Functional food) ซึ่งหมายถึง อาหารหรือสารอาหารชนิดใด ๆที่อยู่ในรูปธรรมชาติ หรือที่ถูกแปรรูปไปเพื่อให้ประโยชน์ต่อสุขภาพนอกเหนือจากประโยชน์ที่ได้รับจากสารอาหาร ที่รับประทานกันในชีวิตประจำวันประโยชน์ของอาหารฟังก์ชันนอล ก็คือเป็นอาหารที่รับประทานร่วมกับมื้ออาหารได้ ไม่ใช่รับประทานในรูปของยาซึ่งให้ผลต่อระบบการทำงานของร่างกายในการป้องกันโรคเพิ่มภูมิคุ้มกันต้านทาน ชะลอความเสื่อมของเซลล์ในอวัยวะต่าง ๆของร่างกายและส่งเสริมสุขภาพ สำหรับอาหารที่ถูกปรับเปลี่ยนไปรวมทั้งอาหารที่ถูกเสริมด้วยสารพฤกษเคมี หรือสมุนไพรเพื่อเพิ่มคุณค่าและคุณประโยชน์ให้กับอาหารก็ถูกจัดอยู่ในประเภทอาหารฟังก์ชันนอลด้วยเช่นกัน

อาหารที่จัดว่าเป็นอาหารฟังก์ชันนอลมีหลากหลายประเภทด้วยกัน เช่น

พรุน นอกจากจะให้วิตามินเกลือแร่และอุดมด้วยใยอาหารที่ช่วยในการระบายท้องแล้วยังอุดมด้วยกรดนีโอโคลโรเจ็นนิค (neochlorogenic acid) และกรดโคลโรเจ็นนิค(chlorogenic acid) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

มะเขือเทศ มีสารไลโคพีนที่เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ซึ่งให้ผลในการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก และทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ

งา เป็นแหล่งของแคลเซียมและยังมีสารเซซามิน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในกระบวนการกำจัดสารพิ

โสม มีสารที่ทำให้ร่างกายมีการปลดปล่อยพลังงานมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยลดความเมื่อยล้าช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดและปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้สามารถอดทนต่อความเครียดได้

น้ำมันปลา ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง หรือโอเมก้า-3 ที่สามารถลดระดับไขมัน ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด

ซุปไก่ ของคนจีนที่ถูกแปรรูปไปเป็น ซุปไก่สกัดซึ่งให้โปรตีนและสารเปปไทด์ ที่คนจีนเชื่อว่าช่วยในการสร้างเลือดปัจจุบันซุปไก่สกัดได้พิสูจน์ผลของการเป็นอาหารฟังก์ชันนอลต่อสุขภาพด้วยผลงานการวิจัยทางวิทยาศาสตร์กว่า 20 ชิ้นอย่างต่อเนื่อง พบว่าช่วยในการบำรุงสุขภาพ เสริมสมาธิการเรียนรู้และคลายความเครียดได้ เป็นต้นล่าสุดมีงานวิจัยค้นพบว่า สารเปปไทด์ในซุปไก่สกัด ที่เรียกว่า"สารโปรเบปทิเจน(Pro Beptigen)" ซึ่งออกฤทธิ์ทางชีวภาพต่อร่างกายมีส่วนช่วยในการต่อต้านความเครียดและเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้

นอกจากนี้ยังมี 'เห็ดทางการแพทย์"  (Medicinal Mushrooms)ซึ่งเป็นอาหารฟังก์ชันนอลที่นอกจากให้คุณค่าทางโภชนาการแล้วยังมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ให้ประโยชน์ในการส่งเสริมสุขภาพอีกด้วย เช่น เห็ดไมตาเกะ(Maitake) เห็ดหลินจือ (Reishi Mushroom) ถั่งเฉ้า (Cordyceps)เห็ดยามาบูชิตาเกะ (Yamabushitake Mushroom) เห็ดชิตาเกะ (Shiitake)เห็ดฮิเมะมัตสึทาเกะ (Himematsutake) และเห็ดแครง (Spit Gill) เป็นต้น

ข้อมูลจาก รศ.ดร.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณะการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า มีการบันทึกว่ามีใช้เห็ดทางการแพทย์ (Medicinal Mushrooms)ในตำราแพทย์ของจีน ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นและยังคงใช้สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันในประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีเห็ดเหล่านี้นอกจากจะให้คุณค่าทางโภชนาการแล้วยังมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่นเบต้ากลูแคนโพลีแซ็คคาไรด์ ไกลโคโปรตีนเลคติน และเทอร์ปีนอยด์ซึ่งกลุ่มของสารประกอบที่สกัดได้จากเห็ดทางการแพทย์ถูกเชื่อว่าให้ผลในการบำบัดได้หลายกลุ่มอาการ ได้แก่หอบหืดที่เกิดจากภูมิแพ้ โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง การอักเสบต่าง ๆ ในร่างกายโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคผนังหลอดเลือดแข็งตัว ระดับน้ำตาลในเลือดสูงการติดเชื้อ ระบบภูมิคุ้มกันทำงานบกพร่อง เป็นต้น

ด้วยประสิทธิภาพในการรักษาโรคหลายกลุ่มอาการทำให้นักวิทยาศาสตร์สนใจและทำการศึกษาค้นคว้ามากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการนำมาใช้ในผู้ป่วยที่มีระบบการทำงานของภูมิคุ้มกันผิดปกติในที่สุดพบว่า สารประกอบในกลุ่มโพลีแซ็คคาไรด์ที่สกัดได้จากเห็ดมีส่วนช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

จากผลการศึกษาถึงฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของเห็ดทางการแพทย์ที่ส่งผลต่อร่างกาย ทำให้เห็ดทางการแพทย์หลายชนิดถูกนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ส่งเสริมสุขภาพและใช้เป็นตัวยาในการรักษาโรค ได้แก่ เห็ดยามาบูชิตาเกะ(ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Hericium erinaceus) เห็ดไมตาเกะ (Grifola frondosa)เห็ดหลินจือ (Ganoderma lucidum) เห็ดชิตาเกะ (Lentinulaedodes)ถั่งเฉ้า(Cordycep sinensis) เห็ดแครง (Schizophyllum Commune) เป็นต้นการใช้ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์สกัดเข้มข้นจะช่วยให้ได้รับปริมาณของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มากกว่าการกินจากเห็ดสดหรือการเตรียมเอง

อย่างไรก็ตาม การใช้อาหารฟังก์ชันนอลควรต้องพิจารณาถึงความปลอดภัยด้วยโดยดูจากระดับปริมาณที่เหมาะสมของสารอาหารและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีผลต่อสุขภาพในอาหารฟังก์ชันนอลนั้น ๆและสิ่งสำคัญต้องได้รับการยืนยันถึงความปลอดภัยและคุณประโยชน์ด้วยวิธีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการทดลองทางคลินิกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นที่ยอมรับหากเรารู้จักเลือกบริโภคอย่างถูกต้อง เหมาะสมตามความต้องการของร่างกายเราก็จะได้รับการเสริมอาหารที่ให้ประโยชน์คุ้มค่าต่อสุขภาพร่างกายได้มากที่สุด

ทั้งนี้อาหารฟังก์ชันนอลไม่ใช่อาหารหลัก จึงไม่สามารถทดแทนอาหารหลักได้แต่เป็นอาหารที่รับประทานเพื่อเสริมอาหารหลักที่อาจได้รับไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายซึ่งช่วยในการส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรงฉะนั้นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนควรปฏิบัติก็คือ การรับประทานอาหารให้หลากหลายเพียงพอ และเหมาะสม ครบทุกหมวดหมู่หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทำจิตใจให้แจ่มใส พักผ่อนอย่างเพียงพอและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆที่ทำร้ายร่างกายเพื่อการส่งเสริมให้มีสุขภาพดีต่อไป

ข้อมูลจาก ดร. อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์ ประธานมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป