ขยายหน้าจอ
  • 1757เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]จัดการกับความโกรธอย่างไร [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 


คนบางคนไม่รู้จะจัดการกับความโกรธอย่างไร ก็เลยใช้วิธีแช่แข็งโดยผลักไปเก็บไว้ในใจ หรือที่เรียกว่าเก็บกดให้ดูเหมือน ไม่มีอยู่ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะนั่นคือระเบิดที่รอวันปะทุ

ผู้ที่มีโอกาสติดสารเสพติดไม่รู้ว่าตัวเองมีปัญหาด้านความโกรธและไม่ได้คิดว่าปัญหาความโกรธเกี่ยวข้องกับการติดเหล้า ยาหรือสารเสพติดอื่นๆ เพราะสิ่งเหล่านี้ช่วยหลอก ว่าใช้แล้วสบาย ผ่อนคลาย แม้ว่าเมื่อหมดฤทธิ์ยาปัญหาก็ยังคงอยู่ แต่เมื่อไรก็ตามที่ไม่สบายใจกลับจำได้ว่าเมื่อใช้ยาหรือสารเสพติดนั้นแล้วจะสบายใจขึ้นจึงวนเวียนกลับไปใช้จนเกิดการดื้อยาทำให้ต้องเพิ่มขนาดขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป และในที่สุดก็ขาดไม่ได้ซึ่งเมื่ออยู่ในภาวะเสพติดจนขาดสติสัมป ชัญญะ อารมณ์รุนแรงก็จะระเบิดออกมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
เรามักคิดว่าเป็นคนละเรื่อง เพราะดูเหมือนแตกต่างกันอย่างสุดโต่งและคิดว่าถ้าได้ระบายความโกรธออกมาแล้วจะโล่งใจและน่าจะมีความสุขมากกว่าแต่ในความเป็นจริง หลังจากระบายออกไปจะเห็นได้ว่ารู้สึกโล่งก็จริงแต่หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นสิ่งหนึ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้เลยคือความรู้สึกผิดและเสียใจบางคนกลับมาโกรธตัวเองว่าไม่รู้จักระงับอารมณ์ เสียภาพลักษณ์ ขาดวุฒิภาวะและที่ร้ายที่สุดคืออาจทำให้เสียโอกาสดีๆ ในชีวิตไป
ตรงกันข้ามคือการไม่แสดง อารมณ์โกรธเลย เพราะคิดว่าดูไม่ดีหรือกลัวว่าจะไม่ได้รับการยอมรับจากคนอื่น ดังนั้น เมื่อมีเรื่องที่ทำให้โกรธจะเก็บกดตลอดเวลา ใบหน้าจะเปื้อนยิ้มอยู่เสมอแต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าอมทุกข์อยู่ภายใน ความโกรธไม่ได้หายไปไหนจะสะสมพอกพูนอยู่ในตัว รอวันระเบิดเมื่อหมดแรงกดหรือเมื่อเต็มล้นเหมือนกาน้ำที่ปิดฝาสนิทตั้งอยู่บนเตาไฟตลอดเวลา
ทั้ง 2กรณีดังกล่าวล้วนทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ทั้งคู่ ทั้งนี้เพราะความคิดที่สุดโต่งทั้ง 2 ด้าน ด้านหนึ่งคือโพล่งออกมาตรงๆแล้วเสียใจภายหลัง แต่อีกด้านหนึ่งคือเก็บกดเอาไว้จนระเบิดออกมาอย่างรุนแรงและจบลงด้วยความเสียใจของ ตนเองและคนที่เกี่ยวข้อง
พฤติกรรมการแสดงออกของความเศร้ามีความแตกต่างไปตามเพศและวัยวัยรุ่นอาจแสดงออกด้วยอาการหงุดหงิด ก้าวร้าว โผงผาง ตรงไปตรงมาส่วนคนหนุ่มสาวจะออกทางอาการเจ็บปวดตามส่วนต่างๆของร่างกายซึ่งเป็นกลไกทางจิตใจที่บอกถึงความไม่พึงพอใจในสภาวะที่เป็นอยู่และเป็นการร้องขอความช่วยเหลืออ้อมๆสำหรับผู้สูงอายุความเศร้ามักมาจากการสูญเสีย
ผู้ชายมักแสดงออกด้วยการบ่นถึงความล้า หงุดหงิด มีปัญหาในการนอนหลับขาดความสนใจในเรื่องรอบๆตัว และใช้สุราหรือสารเสพติดเป็นทางออกขณะที่ผู้หญิงมักแสดงออกด้วยความรู้สึกผิด กินมาก นอนมาก น้ำหนักเพิ่มหรือตรงกันข้ามกินไม่ได้นอนไม่หลับ น้ำหนักลดอัตราการฆ่าตัวตายของผู้หญิงสูงกว่าผู้ชายประมาณ 2 เท่าเนื่องจากฮอร์โมนเป็นตัวกระตุ้นสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใกล้มีประจำเดือน บางคนจะมีอาการ Premenstrualsyndrome (PMS) หรือหลังคลอดบุตรอาจมีอาการ Postpartum blue ให้เห็น
การมีอารมณ์โกรธเป็นครั้งคราวเป็นเรื่องปรกติของชีวิตแต่ถ้าเป็นบ่อยและนานไม่ค่อยหายไปอาจเป็นเรื่องของความเศร้าที่อยู่เบื้องหลังก็ได้ฉะนั้นอารมณ์โกรธจึงเป็นเรื่องธรรม ดาที่ไม่ธรรมดาถ้าสามารถรับรู้ได้เร็วถูกต้อง ตั้งรับได้อย่างเหมาะสมก็เป็นเรื่องปรกติและอาจเป็นแรงผลักดันให้เกิดสิ่งสร้างสรรค์ต่างๆ ได้
เช่นโกรธที่ไม่ได้เกิดมาสบายเหมือนคนอื่นก็อาจพัฒนาตัวเองให้มีความสามารถอดทนจนสร้างเนื้อสร้างตัวให้ดีกว่าเดิมได้แต่ตรงกันข้ามถ้ามีอะไรไม่พอใจแล้วกลับท้อแท้ สงสารตัวเองจมปลักกับความคิดนั้นๆ ความเศร้าก็จะตามมาที่ร้ายก็คืออาจเปลี่ยนไปเป็นแค้นและทำเรื่องไม่เหมาะสมจนเดือดร้อนทั้งตัวเองและสังคม ดังนั้นถ้าพบว่าตนเองเศร้าอาจต้องลองสำรวจอย่างจริงจังว่ามีเรื่องความโกรธซ่อนและผลักดันอยู่ภายในหรือไม่ จะได้แก้ไขให้ตรงประเด็น
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป