ขยายหน้าจอ
  • 1644เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]"กาเฟอีน" ในขนมเด็ก...เรื่องที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 


เมื่อพูดถึง"ขนม"เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเด็กไทยมานานมากเริ่มตั้งแต่ขนมไทยหลากหลายชนิดแต่ทุกวันนี้ เราคงต้องยอมรับว่าสื่อโฆษณาต่างๆด้านขนมเด็ก ทำหน้าที่โหมกระหน่ำและมุ่งเป้าไปยังเด็กทุกวัยทำให้ขนมเปลี่ยนรูปหน้ากลายไปเป็นขนมกรุบกรอบรสชาติถูกลิ้น เค้ก คุกกี้ไอศกรีม ซึ่งขนมบางอย่างมีการนำวัตถุดิบธรรมชาติที่มีกาเฟอีนผสมลงไปด้วยเช่น เค้กรสกาแฟ รสช็อกโกแลต หากรับประทานในปริมาณที่มากและบ่อยเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพตามมาได้

ผศ.ปรัญรัชต์ ธนวิยุทธ์ภัคดี นักวิชาการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า ปัจจุบันกาเฟอีนในอาหารที่คนไทยรับประทานไม่ใช่มีเฉพาะน้ำชา กาแฟหรือน้ำอัดลมที่มีน้ำสีดำอย่างที่เข้าใจกันแต่ในขนม และลูกอมต่าง ๆ เช่นขนมเวเฟอร์ เค้กคุกกี้ ลูกอมต่าง ๆ นม ไอศกรีม ก็ยังพบว่ามีกาเฟอีนผสมอยู่ซึ่งกาเฟอีนเป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทและมีผลกระทบต่อภาวะโภชนาการรวมถึงพัฒนาการของเด็กๆ โดยเฉพาะเด็กวัยเรียนซึ่งอยู่ในวัยที่กำลังเจริญเติบโตนับเป็นเรื่องที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม
สำหรับสถานการณ์การบริโภคกาเฟอีนในเด็กไทยจากข้อมูลการสำรวจสภาวะพฤติกรรมสุขภาพเยาวชนอายุ 6-15 ปีของกองสุขศึกษาพบว่า เด็กและเยาวชนยังคงดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำทุกวัน10.5 เปอร์เซ็นต์ดื่ม5-6 วันต่อสัปดาห์ 28.4 เปอร์เซ็นต์ดื่ม3-4 วันต่อสัปดาห์ 26.1เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังหันมารับประทาน ช็อกโกแลต เค้ก คุกกี้ไอศกรีมโดยคนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่ามีกาเฟอีนผสมอยู่ ส่งผลให้มีปัญหาความจำและสติปัญญาถดถอย บางรายสมาธิสั้นไม่สามารถจดจำข้อมูลและเรื่องราวที่เกิดขึ้นฉับพลันได้เป็นเวลานาน เด็กมักจะเหม่อลอยไม่สนใจเรียน หากบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานานอาจส่งผลให้สารกาเฟอีนเข้าไปทำลายจิตประสาท และความจำบางส่วนได้
นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาปริมาณการบริโภคคาเฟอีนจากขนมและลูกอมในแต่ละวันของเด็กจากมหาวิทยาลัยมหิดล โดยทำการศึกษาเด็ก 2 กลุ่ม คือในกลุ่มอายุ7-11 ปี และอายุ 12-17 ปี พบว่า เด็กอายุ 7-11 ปีมีพฤติกรรมกินขนมและลูกอมรวมสูงสุดใน 1 วัน 392.8 กรัมทำให้ได้รับกาเฟอีนเฉลี่ย 60.8 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนในกลุ่มอายุ 12-17 ปีกินขนมและลูกอมรวมกัน 209.2 กรัม ทำให้ได้รับกาเฟอีนเฉลี่ย 23.1มิลลิกรัมต่อวัน โดยในลูกอมรสกาแฟมีกาเฟอีน 2.7-3.2 มิลลิกรัมต่อเม็ดลูกอมรสช็อกโกแลตมีกาเฟอีน 0.16 มิลลิกรัมต่อเม็ด นมรสช็อกโกแลตมีกาเฟอีน12-14 มิลลิกรัมต่อกล่อง ขนมเวเฟอร์รสกาแฟมีกาเฟอีน 1.1-1.3มิลลิกรัมต่อชิ้นและกาแฟมีคาเฟอีน 80-100 มิลลิกรัมต่อแก้ว
ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่าขนาดของกาเฟอีนที่ทำให้เสียชีวิตได้ในเด็กเล็กประมาณ 100มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม นั่นหมายความว่า ถ้าเด็กหนัก10 กิโลกรัมปริมาณกาเฟอีนที่จะทำให้เสียชีวิต คือ1,000 มิลลิกรัมซึ่งเป็นปริมาณที่สูงมาก แต่ในทางปฏิบัติจริงคงไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ถ้าดูว่าการได้รับกาเฟอีนของเด็กอายุต่างๆ ในช่วง 7-17ปีนั้นจะพบว่าเด็กกินขนมทุกอย่าง(ยังไม่รวมน้ำอัดลมสีน้ำตาลดำและนมรสกาแฟหรือช็อกโกแลต)การได้รับกาเฟอีนยังไม่มากจนทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพแต่ทางที่ดีเด็กไม่ควรได้รับกาเฟอีนเกินวันละ 2.5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1กิโลกรัม แสดงว่าถ้าเด็กมีน้ำหนักตัวประมาณ 10-15กิโลกรัมก็ไม่ควรได้รับกาเฟอีนเกิน25-40 มิลลิกรัมต่อวัน
"ทุกวันนี้พฤติกรรมของเด็กไทยเปลี่ยนไปมากโอกาสที่เด็กจะได้รับกาเฟอีนจากแหล่งอื่นๆมีมากขึ้นส่งผลให้เด็กได้รับกาเฟอีนในแต่ละวันเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและภาวะโภชนาการของเด็กซึ่งจะทำให้เด็กไทยมีโอกาสอ้วนมากขึ้น เพราะขนมเหล่านี้มีน้ำตาลและไขมันสูงดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของเด็กคุณพ่อคุณแม่ควรดูแลเอาใจใส่เกี่ยวกับการเลือกบริโภคขนมและลูกอมตลอดจนคำนึงถึงปริมาณในการบริโภคขนมและลูกอมในแต่ละวันด้วย"
แม้ว่ากาเฟอีนไม่ได้จัดเป็นสารเสพติดตามความหมายของสมาคมจิตแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกาและขององค์การอนามัยโลก (WHO)แต่นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ส่วนใหญ่เห็นว่าเด็กอาจติดในลักษณะของการกินจนเป็นนิสัย และทุกคนคงทราบกันดีว่า ขนมต่างๆในท้องตลาด ล้วนแล้วแต่เป็นขนมที่มีทั้งไขมัน และน้ำตาลสูงทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นเค้กไอศกรีม คุกกี้ ลูกอม เวเฟอร์ และช็อกโกแลตถ้าเด็กได้กินบ่อย ๆ และเป็นการกินนอกเวลาอาหารการที่ขนมเหล่านี้มีพลังงานสูงและมีน้ำตาลสูงก็จะทำให้เด็กรู้สึกอิ่มจนไม่อยากกินอาหารหลักที่มีสารอาหารครบถ้วนโอกาสที่จะเจริญเติบโตไม่เหมาะสมตามวัยและมีปัญหาโรคอ้วนเพิ่มเข้ามาย่อมเกิดได้สูง


ที่มา : หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการ
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป