ขยายหน้าจอ
  • 1765เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]อ้วน...หยุดได้ไม่ยาก [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 


เทคนิคลดอ้วนยอดฮิต คือ อดอาหารงดเหลือ 1-2 มื้อจากสามมื้อปกติและกินยาลดอ้วนล้วนแต่เป็นวิธีที่แพทย์จุฬาฯ บอกว่าไม่ได้เรื่องสารพันเมนูมะม่วงรับหน้าร้อน ไม่ว่าจะเป็น ไอศกรีมมะม่วงน้ำปั่นผสมด้วยมะม่วงหรือข้าวเหนียวมะม่วงราดน้ำกะทิ ล้วนแล้วแต่ อิ่มอร่อย หวานถูกปาก อาจเป็นสาเหตุให้น้ำหนักของหลายคนเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว


บุลวัชร์ วัย 26 ปีเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในภาวะอ้วนผิดปกติเนื่องจากพฤติกรรมการกินแบบตามใจปาก เช่น ดื่มน้ำอัดลมแทนน้ำเปล่าติดขนมและอาหารรสหวาน กระทั่งน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 143กิโลกรัม ตลอด 2ปีก่อนหน้านี้เขาใช้ชีวิตอยู่กับการกินยารักษาโรคแทรกซ้อนที่มาจากโรคอ้วนทั้งความดัน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง นอนหายใจลำบากมาตลอดกระทั่งได้รับการชักชวนให้เข้ารับการรักษาที่คลินิกโรคอ้วนโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

อัฐพล อายุ 33 ปีเป็นคนไข้อีกรายของคลินิกโรคอ้วนเหตุจากการกินยาลดน้ำหนักเกินขนาด จนเกิดผลข้างเคียงทำให้น้ำหนักเพิ่มจาก180 เป็น 350 กิโลกรัม พร้อมด้วยโรคแทรกซ้อน 11 โรค เช่น ไทรอยด์หัวใจล้มเหลว โรคปอด ไตวาย หัวใจเต้นผิดปกติรวมถึงมีกรรมพันธุ์โรคอ้วนเป็นทุนเดิมอยู่ด้วย

รศ.นพ.สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า คนอ้วนทุกคนไม่ใช่คนป่วยแต่อาจเป็นคนที่มีภาวะไขมันในร่างกายเกินหรือมีกล้ามเนื้อที่เกิดจากการออกกำลังกายมากกว่าคนทั่วไปแต่สำหรับกรณีของบุลวัชร์และอัฐพล ถือเป็นโรคอ้วนที่เกิดจากความผิดปกติซึ่งหมายถึงผู้ที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 40 หรือผู้ที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า35 ร่วมกับมีโรคแทรกซ้อน เช่น โรคเบาหวาน ความดัน เป็นต้น

การรักษาหลักจะใช้วิธีศัลยศาสตร์ 2 หลักคือการลดขนาดกระเพาะและการลดการดูดซึม ผ่านการผ่าตัด 3 วิธี คือ 1.การรัดกระเพาะโดยใช้ซิลิโคนทางการแพทย์รัดส่วนต้นของกระเพาะอาหารทำให้อิ่มเร็ว2.การตัดกระเพาะส่วนใหญ่ที่ขยายได้ออกให้เหลือเป็นหลอดของกระเพาะอาหารแทนและ 3. การตัดลดขนาดกระเพาะอาหารและบายพาสลำไส้ซึ่งทำให้กระเพาะมีขนาดเล็กและการบายพาสทำให้น้ำย่อยและอาหารพบกันในระดับที่ไกลลงไปอีก 150 เซนติเมตร วิธีนี้จึงเป็นวิธีหลักและได้ผลดีที่สุดคงอยู่

"แพทย์จะเลือกใช้วิธีไหนนั้นขึ้นอยู่กับความถนัดของแพทย์แต่ละคนกรณีผู้ป่วยทั้งสองนี้ได้รับการรักษาด้วยการตัดลดขนาดกระเพาะอาหารซึ่งทำให้กระเพาะอาหารมีขนาดเล็กลงและบายพาสลำไส้ทำให้น้ำย่อยและอาหารพบกันในระดับที่ไกลลงไปอีก" คุณหมอกล่าว

พญ.กัญชนา ง้าวสุวรรณ เสริมว่าการลดน้ำหนักด้วยยาเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็น ยาลดอาการอยากอาหารหรือยาลดการดูดซึมอาหารที่ลำไส้เพราะท้ายที่สุดแล้วความอยากกินส่วนตัวยังคงอยู่ และเมื่อพยายามอดมากๆอาจทำให้กลับมากินมากกว่าเดิม จนเกิดภาวะอ้วนที่ผิดปกติก็ได้

"การลดน้ำหนักที่ได้ผลดี ควรเริ่มที่การปรับพฤติกรรมการกิน หนักเช้าเบาเที่ยง เลี่ยงเย็น เว้นดึก คือ ไม่อดหรืองดมื้อใดออกไปแต่ให้กินเป็นปกติ 3 มื้อ แต่กินอาหารให้น้อยลงน้ำที่ดื่มก็เป็นน้ำเปล่าใส่น้ำแข็ง ไม่ควรดื่มน้ำอัดลมหรือน้ำผลไม้เพราะมีส่วนผสมของน้ำตาลที่ทำให้เกิดภาวะอ้วนได้ทั้งสิ้น" คุณหมอกล่าว

คนที่สงสัยว่ากินแค่ไหนถึงเรียกว่าลดลง พญ.กัญชนา ขยายความว่าเอาเป็นว่าเคยกินจนอิ่มแน่นท้องก็ให้กินแค่เกือบอิ่มแล้วหยุดกินแล้วหาผลไม้กินแทน โดยเลือกกินพวก แอปเปิลเขียว ฝรั่งเขียวซึ่งมีกากใยและน้ำตาลน้อย เพราะในผลไม้อื่นอาจมีน้ำตาลมากกินแล้วไม่ช่วยให้การลดน้ำหนักเกิดผลดีอย่างที่ตั้งใจ

วิธีการลดน้ำหนักให้ได้ผลดีมีวิธีหลากหลายแต่หลายคนมักปฏิบัติไม่ค่อยได้ เพราะไม่ได้เริ่มจากการปรับพฤติกรรมแต่กลับเลือกที่จะอดอาหารและใช้ยาช่วยแทนซึ่งท้ายสุดความอยากก็ทำให้กลับมากินมากกว่าเดิมหรือที่เรียกว่าโยโย่เอฟเฟคท์นั่นเอง

"การป้องกันโรคอ้วนที่ได้ผลดีที่สุด คือ การดูแลเรื่องอาหารการกินกินอาหารแต่พอดี ไม่อิ่มเกินไปและไม่กินหวาน หรือมันจัดเกินไปหมั่นออกกำลังกายเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนทั้งหลายที่นำไปสู่โรคอ้วนในอนาคต" พญ.กัญชนากล่าวและว่า การป้องกันย่อมดีกว่าเกิดโรคขึ้นแล้วมารักษาทีหลังซึ่งทำให้ต้องเสียทั้งเวลา ทรัพย์สินและเจ็บตัว

        




ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป