ขยายหน้าจอ
  • 1702เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]หยุดโรคร้ายภัยผู้หญิง 'กันมะเร็ง' 'ตั้งแต่เด็ก'แนวใหม่ [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 


"มะเร็ง"ยังคงเป็นกลุ่มโรคที่มวลมนุษยชาติยังต้องเกรงกลัว อย่างไรก็ตามปัจจุบันวงการแพทย์ก็มีองค์ความรู้เท่าทันโรคร้ายนี้มากในระดับหนึ่งซึ่งแม้ว่าการรักษาอาจจะยังทำได้ยากยิ่งแต่ยุคนี้กับการปฏิบัติตนที่เป็นการป้องกันภัยมะเร็งก็เป็นความรู้ที่เรียนรู้ได้ไม่ยาก ก็อยู่ที่จะปฏิบัติกันได้แค่ไหน นอกจากนี้กับมะเร็งบางชนิดนั้นในยุคนี้ก็มีการคิดค้น 'วัคซีนป้องกัน" ได้ระดับหนึ่ง

อย่าง 'มะเร็งปากมดลูก"อีกโรคร้ายภัยผู้หญิงในไทยขณะนี้ก็กำลังมีแนวคิดส่งเสริมการใช้ทั้งนี้มะเร็งปากมดลูกนั้น การป่วย-การรักษาก็จะแบ่งระยะเหมือนมะเร็งอื่นๆคือแบ่งออกเป็นระยะตั้งแต่ 0-4โดยการรักษาก็ไล่ขึ้นไปตั้งแต่ผ่าตัดเล็ก ผ่าตัดใหญ่เลาะต่อมน้ำเหลืองในเชิงกราน ถ้าเป็นระยะ 2เซลล์มะเร็งกระจาย ก็ไม่สามารถผ่าตัดได้ ต้องฉายรังสี และให้เคมีบำบัดหรือคีโม ซึ่งได้ผลราว 60%, ระยะ 3เซลล์มะเร็งยิ่งกระจาย ซึ่งการใช้รังสีรักษา และให้เคมีบำบัด ในระยะ 3นี้จะหวังผลได้เพียงแค่ 20-30%
ระยะ 2 ถึงระยะ 3 จะต้องให้คีโมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง 5 สัปดาห์และฉายรังสีทุกวัน 5 สัปดาห์ ถ้าถึงระยะ 4 เซลล์มะเร็งกระจายทั่วร่างกายการให้คีโม และรักษาตามอาการ หวังผลได้เพียง 5-10% ซึ่งโอกาสรอดน้อยมากและนอกจากนี้ ย้อนกลับไปดูที่ระยะ 2แม้ผลการรักษาจะมีโอกาส 60% ที่จะหายแต่อีก 40% คือยังมีโอกาสเป็นใหม่อีก ซึ่งถ้าเป็นอีกก็จะยิ่งรักษายากมากโอกาสมีแค่ 5-10% เท่านั้น เพราะมะเร็งจะดื้อยา
นี่ฉายภาพการรักษาที่ยาก สิ้นเปลือง ทรมานการป่วยเป็น "มะเร็งปากมดลูก"เกือบทั้งหมดเกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแพ็ปพิลโลมาไวรัส หรือเอชพีวี(Human Papilloma virus : HPV) ชนิดที่ก่อมะเร็ง ซึ่งผู้หญิงทุกคนที่เคยมีกำลังมี หรือจะมีเพศสัมพันธ์ในอนาคตล้วนมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกโดยมะเร็งปากมดลูกพบมากเป็นอันดับ 2รองจากมะเร็งเต้านม และในประเทศไทยก็มีผู้ป่วยจำนวนมาก บางรายเป็นคนดังบางรายเป็นดารา ซึ่งก็มีข่าวการเสียชีวิตอยู่เนือง ๆควบคู่กับข่าวความทรมาน ของผู้ที่ป่วย ครอบครัว กับอาการของโรคและกับค่าใช้จ่ายในการรักษา
กับเรื่อง "มะเร็งปากมดลูก" ในประเทศไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ระบุเมื่อเร็ว ๆนี้ว่าแต่ละปีมีผู้หญิงไทยเสียชีวิตเพราะมะเร็งปากมดลูกกว่า5,200รายส่วนใหญ่ร้อยละ 60 พบในกลุ่มอายุ 15-59 ปีแต่การเกิดในหญิงไทยที่พบมากสุดคืออายุ 40-45 ปี โดยพบผู้ป่วยใหม่ปีละประมาณ 10,000 รายขณะที่ทั่วโลกมีผู้หญิงเสียชีวิตจากโรคนี้ปีละประมาณ 275,000 ราย
สำหรับในไทยที่ผ่านมาอัตราการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกครอบคลุมผู้หญิงที่อายุ 30ปีขึ้นไป ที่มีราว 10 ล้านคน ได้ร้อยละ 70ซึ่งก็ต้องถือว่าการควบคุมป้องกันมะเร็งปากมดลูกของหญิงไทยยังได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร โดยสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากประเพณี ความเชื่อ และความเขินอายไม่กล้าพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่
เมื่อป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกแล้ว จะต้องใช้เวลารักษาติดต่อกัน 4-5 ปีค่ารักษาต่อรายเฉลี่ยประมาณ 1 ล้านบาท และบางรายการรักษาก็ไม่ได้ผลเพราะรู้และรักษาเมื่อเซลล์มะเร็งลุกลามแล้ว
ทั้งนี้ กับการควบคุมป้องกันมะเร็งปากมดลูกในหญิงไทยให้ได้ผลดีขึ้นล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขมีแนวคิดเรื่องการใช้ 'วัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวี"ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ ควบคู่กับการตรวจคัดกรองเพื่อการรู้และรักษาได้ทัน โดย วิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยไว้ว่า นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้ให้ศึกษาเรื่องนี้โดยล่าสุดมีตัวเลขผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่ควรรับวัคซีนป้องกันประมาณ 4 แสนรายส่วนใหญ่จะเน้น เด็กหญิงกลุ่มอายุ 12 ขวบ อย่างไรก็ดีที่ยังต้องศึกษาคือเรื่องราคาวัคซีนที่ยังสูงซึ่งโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพเคยศึกษาว่าไม่ควรเกินเข็มละ 200 บาท จุดนี้ก็อยู่ระหว่างการพิจารณา
ด้าน นพ.สุรวิทย์ ระบุถึงเรื่องวัคซีนนี้ว่ากระทรวงสาธารณสุขมีแนวคิดจะใช้ฉีดให้เด็กหญิงอายุ 12 ขวบ ที่กำลังเรียนชั้นป.6 ซึ่งยังไม่มีเพศสัมพันธ์ ฉีดคนละ 3 เข็มจะป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ตลอดชีวิต ซึ่งขณะนี้หลายประเทศที่พัฒนาแล้วรวมถึงมาเลเซีย บรรจุการฉีดวัคซีนนี้เป็นนโยบายวัคซีนแห่งชาติและพบว่าได้ผลดี โดยในไทยขณะนี้ได้ให้กรมอนามัยทำโครงการเบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณ 600ล้านบาทโดยจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเร็ว ๆ นี้ซึ่งวัคซีนดังกล่าวขณะนี้ราคาเข็มละประมาณ 1,000บาทแต่ถ้ามีการใช้ปริมาณมาก ๆ ราคาน่าจะถูกลงประมาณเท่าตัวซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้ม เมื่อเทียบกับการสิ้นเปลืองในการรักษา
แนวคิดการฉีด "วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก" นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก 6องค์กรวิชาชีพทางการแพทย์ คือ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมมะเร็งนรีเวชไทยสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยสมาคมอนามัยเจริญพันธุ์ (ไทย) ซึ่งหลังดำเนินการก็มั่นใจว่าภายใน 5-10 ปีไทยจะลดปัญหามะเร็งปากมดลูกได้กว่าร้อยละ 70
ก็นับว่าน่าสนใจ และน่าติดตาม 'แนวทางใหม่' "ป้องกันมะเร็งตั้งแต่วัยเด็ก" สำหรับหญิงไทย


ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป