ขยายหน้าจอ
  • 1738เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]ระวัง 'เห็ดป่า' ไม่รู้จัก กินแล้วตาย [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนที่นิยมบริโภคเห็ดโดยเฉพาะเห็ดป่าหรือเห็ดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ควรเลือกรับประทานเห็ดที่รู้จักจริงๆเท่านั้นเพราะในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยหรือเสียชีวิตที่มีสาเหตุมาจากการรับประทานเห็ดพิษ


สภาพภูมิอากาศของประเทศไทยโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนเหมาะสมต่อการเจริญพันธุ์ของพืชตระกูลเห็ดทำให้มีเห็ดป่าหลายชนิดที่เจริญเติบโตในสภาพธรรมชาติประกอบกับคนไทยนิยมบริโภคเห็ด เนื่องจากเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงแต่ทั้งนี้เห็ดต่างๆ บางชนิดไม่สามารถรับประทานได้เนื่องจากมีสารพิษเป็นส่วนประกอบอยู่เมื่อรับประทานเข้าไปก็อาจทำให้เกิดอาการมึนเมาและประสาทหลอนหรือบางรายบริโภคมากเกินไปก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้สำหรับเห็ดพิษในประเทศไทยส่วนใหญ่จะอยู่ในสกุลอะมานิต้า (Amanita)ซึ่งเป็นเห็ดที่มีพิษร้ายแรง มีหลายชนิดด้วยกัน เช่น

เห็นระโงกหิน หรือในภาคเหนือเรียกว่า เห็ดไข่ตายซาก ขึ้นเป็นดอกเดี่ยวกระจายทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ ดอกมีสีขาวบริสุทธิ์หมวกเห็ดรูปครึ่งวงกลมสีขาวกว้าง 5-12 ซม. ผิวเรียบรูปกระทะคว่ำครีบสีขาวไม่ติดกันกับก้าน มีวงแหวนเป็นแผ่นบางสีขาวห้อยลงมาคล้ายม่านก้านสีขาว โคนก้านเป็นกระเปาะผิวเรียงสปอร์สีขาว เป็นเห็ดที่มีพิษร้ายแรงเมื่อรับประทานเข้าไปพิษจะเข้าสู่กระแสเลือดทำให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียน ใจสั่ อ่อนเพลียสารพิษที่ตรวจพบในเห็ด คือ ฟาลโลทอกซิน (phallotoxin) และอะมาทอกซิน(amatoxin) มีฤทธิ์ทำลายเซลลด์ตับ ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นระยะหนึ่งหลังจากนั้นจะกำเริบจนถึงขั้นเสียชีวิตอาจภายใน 4-6 ชั่วโมง

เห็ดหัวกรวดครีบเขียวอ่อน หรือ เห็ดกระโดงตีนต่ำดอกเห็ดเมื่อยังอ่อนยังเป็นก้อนกลมแล้วเจริญบานออกเป็นร่มขึ้นตามสนามหญ้าและทุ่งนา หมวดเห็ดสีขาวกว้าง 10-20 ซม. กลางหมวกมีสีน้ำตาลซี่งแตกออกเป็นเกล็ดรูปสี่เหลี่ยมกระจายออกไปถึงกึ่งกลางหมวกครีบสีขาวเมื่อแก่จัดจะเป็นสีเทาอมเขียวหม่น ก้านรูปทรงประกอบสีขาวโคนก้านใหญ่เป็นกระเปาะเล็กน้อยใต้หมวกมีวงแหวนใหญ่และหนา ขอบสีน้ำตาลขอบล่างสีขาว สปอร์รูปไข่สีเขียวอ่อนเป็นเห็ดที่มีพิษไม่ร้ายแรงนักผู้รับประทานจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด ตาลาย ใจสั่นและอ่อนเพลียแต่ถ้าเป็นเด็กและรับประทานมากก็อาจทำให้เสียชีวิตได้

เห็ดมีพิษในธรรมชาติหลายชนิดมีความคล้ายคลึงกับเห็ดที่รับประทานได้จนยากที่จะจำแนกได้ว่าเห็ดชนิดใดมีพิษหรือไม่มีพิษและไม่ควรนำเห็ดที่ไม่รู้จักและไม่ทราบชื่อแหล่งที่มาอย่างชัดเจนมาปรุงอาหารรับประทานดังนั้นหากไม่แน่ใจไม่ควรเก็บเห็ดนั้นมาปรุงอาหารโดยเฉพาะเห็ดป่าหรือเห็ดที่เราไม่คุ้นเคย ซึ่งมีโอกาสเกิดพิษได้มากกว่าเห็ดทั่วไป เพราะถ้าเป็นเห็ดพิษจะทำให้เป็นอันตรายต่อชีวิตได้

นอกจากนี้หากพบเห็นผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากเห็ดควรพยายามให้ผู้ป่วยอาเจียนเอาเห็ดพิษออกมาให้หมดโดยการล้วงคอหรือกรอกด้วยไข่ขาว แล้วรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันทีพร้อมกับนำเห็ดที่รับประทานส่งไปด้วยเพื่อแพทย์จะได้ตรวจและทำการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป







ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก เรียบเรียงข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
 
ถอยกลับ ถัดไป