ขยายหน้าจอ
  • 2107เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]10 อาชีพเสี่ยงอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 



อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังพบบ่อยในคนวัยทำงานที่มีพฤติ
กรรมหรือการทำกิจวัตรประจำวันที่ซ้ำๆ กันวันนี้เรามีวิธีดูแลและท่าบริหารร่างกายแบบง่ายๆในออฟฟิศมาฝากกัน.

สมัยนี้อะไรต่อมิอะไรก็ส่งผลให้ชีวิตเราเกิดความเสี่ยงได้แม้กระทั่งหน้าที่การงานของเราเองก็ยังมีส่วนเป็นตัวกำหนดสุขภาพในอนาคตอย่างทำงานในโรงงาน เสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้ อาชีพดีเจเสี่ยงต่อการเป็นโรคบกพร่องเกี่ยวกับการได้ยิน อาชีพนักร้องเสี่ยงต่อการเป็นโรคกล่องเสียงอักเสบ เป็นอาทิ
แต่ยังมีโรคอีกประเภทที่ไม่ต้องรอให้ถึงอนาคตก็เข้ามาทักทายเยี่ยมเยือนแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว บางครั้งเข้ามารบกวนชีวิตการทำงาน เป็นๆ หายๆ ไม่เลิกไม่ว่าจะเป็นการปวดศีรษะ ปวดบ่า ปวดไหล่ ปวดสะบัก ปวดหลังและอีกหลากหลายสารพัดโรคปวดอาการทั้งหลายเหล่านี้เกิดจากการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังในบริเวณอวัยวะที่ถูกใช้ในท่าซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ หรือที่เราเรียกว่า“อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง”
“วิภาพร สายศรี” แพทย์อายุรเวทมาไขปัญหาเกี่ยวกับอาชีพที่เสี่ยงต่ออาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังว่ามีอาชีพใดบ้าง พร้อมวิธีดูแลสุขภาพและท่าบริหารแบบง่ายๆ ที่ทำได้ในออฟฟิศ ในหัวข้อ“เกร็ดเล็กๆ รอบตัวในที่ทำงาน กับการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง”
เช็ก!! 10 อาชีพเสี่ยง
แพทย์อายุรเวท วิภาพร กล่าวว่าอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังพบบ่อยในคนวัยทำงานที่มีพฤติกรรมหรือการทำกิจวัตรประจำวันที่ซ้ำๆ กัน เช่น ใช้สายตาจ้องคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานถือหรือสะพายของหนักๆ ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ เป็นต้น และ10อาชีพยอดนิยมที่มีความเสี่ยงต่ออาการปวดเรื้อรังมีดังนี้
1.วิศวกร มีพฤติกรรมก้มๆ เงยๆและใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เสี่ยงต่อการปวดกล้ามเนื้อบริเวณบ่าสะบัก ต้นคอ หัวไหล่ รวมไปถึงข้อมืออีกด้วย
2. ดีไซเนอร์ มีพฤติกรรมการขีดๆ เขียนๆแบบเป็นเวลานานๆ เสี่ยงต่อการปวดกล้ามเนื้อบริเวณบ่า สะบัก ต้นข้อ หัวไหล่ข้อมือ และอาจจะมีอาการของนิ้วล็อกร่วมด้วยได้
3.แอร์โฮสเตส มีพฤติกรรมการทำงานที่ต้องยกของหนักเอื้อมหยิบเก็บของบนที่สูง เข็นรถและเสิร์ฟอาหาร เป็นประจำจึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ บ่า สะบัก หัวไหล่รวมไปถึงท่อนแขนได้อีกด้วย
4.เซลส์แมน มีพฤติกรรมการยกของหนัก ขับรถเป็นเวลานานใช้คอมพิวเตอร์ คุยโทรศัพท์ ใช้บีบี ต่อเนื่องเป็นเวลานานเสี่ยงต่อการปวดกล้ามเนื้อบริเวณบ่า สะบัก ต้นข้อ หัวไหล่ ข้อมือและอาจจะมีอาการของนิ้วล็อกร่วมด้วยได้
5.นักคอมพิวเตอร์ มีพฤติกรรมก้มๆ เงยๆใช้เวลาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานานเสี่ยงต่อการปวดกล้ามเนื้อบริเวณบ่า สะบัก ต้นคอ ปวดศีรษะ ตาพร่ามัวอาจรวมไปถึงมึนศีรษะ อาเจียน ซึ่งเป็นอาการของไมเกรนอีกด้วย
6.นักบัญชี พฤติกรรมก้มๆ เงยๆใช้เวลาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานานและใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันกับตัวเลขเอกสารต่างๆ มากมายจึงทำให้นักบัญชีมีความเสี่ยงต่อการปวดกล้ามเนื้อบริเวณบ่า สะบัก ต้นคอปวดศีรษะ ตาพร่ามัว อาจรวมไปถึงอาเจียน ซึ่งเป็นอาการของไมเกรนอีกด้วย
7.สถาปนิก มีพฤติกรรมการขีดๆ เขียนๆ ออกแบบเขียนแบบเป็นเวลานานๆ เสี่ยงต่อการปวดกล้ามเนื้อบริเวณบ่า สะบัก ต้นคอหัวไหล่ ข้อมือ มีอาการของนิ้วล็อก และชาแขนร่วมด้วยได้
8.โฟร์แมน มีพฤติกรรมก้มๆ เงยๆ อยู่กลางแดดเป็นเวลานานๆ เสี่ยงต่อการเป็นโรคกล้ามเนื้อคอบ่าอักเสบ ตาพร่า มีโอกาสเสี่ยงเป็นไมเกรนได้
9.ทันตแพทย์ มีพฤติกรรมก้มๆ เงยๆ บิดตัว เอี้ยวตัวเกร็งข้อมือและนิ้วมือ ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆส่งผลทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคปวดบ่า ต้นคอ สะบัก หลังรวมไปถึงอาจจะเป็นนิ้วล็อกได้
10.ผู้บริหารมีพฤติกรรมใช้งานคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ อีกทั้งมีความเครียดสูงมีผลทำให้กล้ามเนื้อต้นคอเกร็ง ส่งผลทำให้เลือดไปเลี้ยงศีรษะไม่เพียงพอมึนศีรษะ ปวดขมับ ปวดกระบอกตา ตาพร่า นอนไม่หลับจนส่งผลให้เป็นโรคปวดศีรษะเรื้อรังหรือไมเกรนได้
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง
อย่านิ่งนอนใจ ควรจะหาวิธีป้องกันและดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆโดยแพทย์อายุรเวท วิภาพร ได้แนะเกร็ดความรู้การดูแลตัวเองแบบง่ายๆพร้อมท่าบริหารคลายกล้ามเนื้อ ที่อาชีพไหนก็ทำได้ในที่ทำงาน
1.อย่าใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเกินกว่า 2ชั่วโมง
2.ยุติกิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อบริเวณบ่าและคอทันทีที่รู้สึกเกร็ง
3.บริหารกล้ามเนื้อบริเวณบ่า และคอ ด้วยการยืดกล้ามเนื้อ หลังการใช้คอมพิวเตอร์ทุกครั้ง
4.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน และแอลกอฮอล์ เมื่อมีอาการปวดศีรษะ
5.พักผ่อน และทำสมาธิ เมื่อมีความเครียด เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
6.ประคบน้ำอุ่นบริเวณบ่า และต้นคอ เพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายจากการเกร็งตัว
7.ควรวางแขนตั้งแต่ข้อศอกลงไปถึงข้อมือไว้บนโต๊ะเวลาใช้คีย์บอร์ด
8.ควรใช้กระเป๋าล้อลากแทนกระเป๋าสะพายคอมพิวเตอร์
9.ใช้หมอนรองหลังวางที่พนักเก้าอี้ทำงาน
ท่าบริหารผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
ท่าที่ 1 หันศีรษะไปทางด้านซ้ายช้าๆ ใช้มือซ้ายช่วยดึง ค้างไว้นับ 1-10วินาที จากนั้นสลับทำด้านขวา
ท่าที่ 2 ก้มศีรษะพยายามให้คางชิดอกมากที่สุด ค้างไว้ 10วินาที
ท่าที่ 3 เงยหน้าขึ้นช้าๆ ไปด้านหลังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ค้างไว้ 10วินาที
ท่าที่ 4 เอียงศีรษะไปทางด้านขวา ใช้มือขวาช่วยดึง พยายามให้ศีรษะชิดไหล่มากที่สุด ค้างไว้ 10วินาที จากนั้นทำสลับด้านซ้าย
ท่าที่ 5 หันศีรษะไปทางด้านซ้าย 45องศา ใช้มือขวาช่วยดึงพร้อมก้มลงช้าๆ ค้างไว้ 10วินาที จากนั้นทำสลับด้านขวา


ที่มา : หนังสือโพสต์ทูเดย์

สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
 
ถอยกลับ ถัดไป