ขยายหน้าจอ
  • 1843เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]เรื่องของเห็ด [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 


เห็ดเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำประเภทรา จัดอยู่ในอาณาจักรย่อยแทลโลไบออนตาหมวดเห็ดรา มีโครงสร้างพื้นฐานทั่วไปเป็นเส้นใย มีผนังเซลล์แต่ไม่มีคลอโรฟิลล์ จึงไม่สามารถสังเคราะห์อาหารเองได้ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ และสารอินทรีย์ในดินเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะรวมกลุ่มเส้นใยจนอัดแน่นเป็นยอดและโผล่จากพื้นดินเพื่อชูดอกที่มีลักษณะคล้ายร่ม หรือหมวก


สำหรับประโยชน์ทางการแพทย์ของเห็ดชนิดต่างๆ มีดังนี้ 1. เห็ดหอมหรือเห็ดชิตาเกะช่วยลดไขมันในเส้นเลือด เพิ่มภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสและมะเร็งมีกรดอะมิโน 21 ชนิด วิตามินบี 1 บี 2 และวิตามินดี ช่วยบำรุงกระดูกมีปริมาณโซเดียมต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคไต

นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็กช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหารช่วยบำรุงกำลัง บรรเทาอาการไข้หวัดชาวจีนถึงกับยกให้เห็ดหอมเป็นอาหารต้นตำรับ "อมตะ"

2. เห็ดหูหนู เป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเพิ่มความแข็งแรงให้เม็ดเลือดขาวในผู้สูงอายุทำให้ภูมิต้านทานร่างกายดีขึ้น ช่วยรักษาโรคกระเพาะและริดสีดวงส่วนเห็ดหูหนูขาว ช่วยบำรุงปอดและไต

3. เห็ดหลินจือ มีสารสำคัญคือ เบต้ากลูแคนมีคุณสมบัติต้านมะเร็งคนญี่ปุ่นมักใช้ควบคู่กับการรักษาโรคมะเร็งและโรคผู้สูงอายุ เช่น โรคหัวใจโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และโรคความดันโลหิตสูง

4. เห็ดกระดุมหรือเห็ดแชมปิญองมีบทบาทในการรักษาและป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมมากที่สุดเพราะมีสารช่วยยับยั้งเอนไซม์อะโรมาเตสทำให้เกิดการยับยั้งการเปลี่ยนฮอร์โมนเอนโดรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนเมื่อร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้น้อยลงก็สามารถลดโอกาสในการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมให้น้อยลงตามไปด้วย

5. เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า และเห็ดเป๋าฮื้อจัดอยู่ในตระกูลเดียวกัน สามารถป้องกันโรคหวัด ช่วยการไหลเวียนเลือด และโรคกระเพาะ

6. เห็ดฟาง ให้วิตามินซีสูงและมีกรดอะมิโนสำคัญอยู่หลายชนิดหากรับประทานเป็นประจำจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันการติดเชื้อต่างๆช่วยลดความดันโลหิตและเร่งการสมานแผล

7. เห็ดหลินจือ นอกจากใช้รับประทานแล้วปัจจุบันยังมีการนำไปเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางด้วย เพราะมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้อร้ายและกระตุ้นภูมิคุ้มกันไวรัส

8. เห็ดเข็มทอง หากรับประทานเป็นประจำจะช่วยรักษาโรคตับ กระเพาะ และลำไส้อักเสบเรื้อรัง

9. เห็ดโคน ช่วยเจริญอาหาร บำรุงกำลัง แก้บิดแก้คลื่นไส้ อาเจียน แก้ไอ ละลายเสมหะ ในการทดลองทางเภสัชศาสตร์พบว่าน้ำที่สกัดจากเห็ดโคนสามารถยับยั้งเชื้อโรคบางชนิด เช่น เชื้อไทฟอยด์

เนื่องจากเห็ดมีทั้งชนิดที่รับประทานได้ และรับประทานไม่ได้หรือที่เรียกว่า "เห็ดพิษ" หากรับประทานเข้าไปจะมีอันตรายถึงชีวิตหรือทำให้เกิดอาการมึนเมา และเกิดภาพหลอน

วิธีสังเกตเห็ดพิษในเบื้องต้นส่วนใหญ่จะเจริญงอกงามในป่า มีก้านสูง ลำต้นพองออกโดยเฉพาะที่ฐานกับที่วงแหวนจะเห็นชัดเจน สีผิวของหมวกมีหลายสี เช่นสีมะนาวถึงสีส้ม สีขาวถึงสีเหลือง

ส่วนบนหมวกเห็ดจะมีแผ่นหรือเกล็ดขรุขระ ครีบแยกออกจากกันอย่างชัดเจนมักมีสีขาว บางชนิดมีสีแดง หรือสีเขียวอมเหลือง สปอร์ใหญ่มีสีขาวหรือสีอ่อน ลักษณะใสๆ เป็นรูปไข่กว้างเมื่อกรีดที่หมวกเห็ดจะมีน้ำเมือกหรือมีน้ำยางสีขาวออกมา มีขนหรือหนามเล็กๆกระจายอยู่ทั่วไป

ประเภทของเห็ดที่ไม่แนะนำให้รับประทาน ประกอบด้วยเห็ดกระโดงตีนต่ำ เห็ดแดงน้ำหมาก เห็ดระโงกหิน เห็ดสมองวัว เห็ดรูประฆังเห็ดเกล็ดดาว เห็ดขี้วัว เห็ดขี้ควาย เห็ดขอนสีทองเกล็ดแดงเห็ดหัวกรวดครีบเขียว เห็ดกรวดเกล็ดทอง เห็ดไข่เน่า เห็ดไข่หงส์เห็ดปะการังส้มอมชมพู เห็ดห้า เห็ดนมหนู

หากจะรับประทานควรเลือกรับประทานแต่เห็ดที่รู้จัก และมีความปลอดภัยต่อสุขภาพเท่านั้น





ที่มา :หนังสือพิมพ์ข่าวสด
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป