ขยายหน้าจอ
  • 1905เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

วุ้นว่านหางจระเข้ข้อมูลใหม่รักษาลำไส้ใหญ่อักเสบ [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์openpassorn
 



ในระยะสิบกว่าปีมานี้พบว่า 90% ของคนเมืองมีปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหารและในจำนวนนี้ปรากฏว่า คนไทยมีปัญหาเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มากขึ้น ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป





จากเดิมซึ่งเคยกินอาหารจำพวกน้ำพริก ผัก ปลาทู ไปเป็นการกินอาหารจานด่วนที่มีไขมันปริมาณสูง แต่มีเส้นใยอาหาร (diet fiber) ต่ำ ทำให้ท้องผูก อุจจาระคั่งค้าง หมักหมมอยู่ในลำไส้ใหญ่นานเกินไป เช่น 2-3 วัน จึงได้ปลดทุกข์สักครั้งทำให้อุจจาระปล่อยสารเคมีที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการกลายพันธุ์ของเซลล์เยื่อบุลำไส้ใหญ่จนกลายเป็นเซลส์มะเร็ง หรือขั้นแรกทำให้เกิดลำไส้ใหญ่อักเสบ ซึ่งพัฒนาเป็นลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรังกระทั่งลุกลามเป็นมะเร็งในที่สุด
โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ พบมากในคนอายุน้อยระหว่าง 15-30 ปี วีถีชีวิตที่เร่งรีบในสังคมเมืองทำให้ผู้คนโดยเฉพาะวัยรุ่นไม่พิถีพิถันในเรื่องอาหารการกินมากนัก กินอาหารไม่เป็นเวลาประกอบกับความเครียดในการเรียนและอาชีพการงาน จึงทำให้ระบบย่อยอาหารแปรปรวน เช่น ลำไส้ใหญ่เกร็งตัว รวมทั้งกากอาหารที่แข็งและย่อยยาก ยังสร้างความระคายเคืองให้กับผนังลำไส้ใหญ่จนเกิดแผลเรื้อรังของลำไส้
อันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคร้ายอันดับต้นๆ ที่คร่าชีวิตคนเมืองและคนกินดีอยู่ดีเป็นจำนวนมาก
ข่าวดีสำหรับผู้ป่วยโรคลำไส้ใหญ่อักเสบคือ วุ้นของว่านหางจระเข้ (Aloe Vella) สามารถพิชิตโรคร้ายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมก่อนที่จะลุกลามกลายเป็นมะเร็งต่อไป
สรรพคุณด้านนี้ของวุ้นว่านหางจระเข้ มีทั้งการบันทึกในตำราและสืบทอดบอกเล่าจากประสบการณ์ความรู้ของการใช้แพทย์แผนไทย แต่ที่น่าสนใจในปัจจุบันอยู่ที่มีผลสรุปมาจากการทดลองทางเภสัชวิทยาในสัตว์ทดลองด้วย
เพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือดังกล่าว จึงขอให้ข้อมูลการทดลองทางวิทยาศาสตร์พอสังเขป ดังนี้
มีการป้อนอาหารที่มีส่วนประกอบของวุ้นว่านหางจระเข้เป็นเวลา2 สัปดาห์ ให้แก่หนูทดลองที่ปกติ และหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะลำไส้ใหญ่อักเสบด้วยสารเดกซ์แทรน ซัลเฟต โซเดียม(Dextran Sulfate Sodium-DSS) พบว่าสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบในเลือดมีปริมาณลดลงอย่างมากตามปริมาณของวุ้นว่างหางจระเข้ที่ป้อนให้หนูทดลอง
สารสำคัญที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบในลำไส้ใหญ่ คือ สารอโลซิน(Aloesin) ซึ่งมีอยู่มากในวุ้นว่านหางจระเข้ พบว่าขนาดของสารอโลซินเพียง 0.1% และ 0.5% ของอาหารที่ป้อนให้หนูทดลองสามารถทำให้ปัจจัยบ่งชี้การอักเสบลดลงถึง 32.2% และ 40.1%ตามลำดับ
ผลการทดลองสรุปว่า วุ้นว่านหางจระเข้มีฤทธิ์ต้านการอักเสบของแผลภายในลำไส้ใหญ่ของหนู ซึ่งสามารถเทียบเคียงผลอย่างเดียวกันในการนำมาใช้รักษาในคนที่ป่วยด้วยโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ
วิธีเตรียมวุ้นว่านหางจระเข้ ให้นำหางจระเข้ขนาดที่เติบโตเต็มที่แล้ว มาปอกเปลือกออกให้เกลี้ยง นำแท่งวุ้นว่านหางจระเข้ที่ได้มาแช่น้ำที่ต้มสุกแล้ว เพื่อล้างเอายางสีเหลืองออกไปให้หมด เพราะยางสีเหลืองมีฤทธิ์เป็นยาถ่ายอย่างแรง และอาจทำให้อาเจียนมากในรายที่แพ้ได้
การปรุงยาและขนาดที่ใช้ นำวุ้นว่านหางจระเข้ที่เตรียมอย่างดีแล้วมาปั่นให้เป็นของเหลว โดยไม่ต้องเติมน้ำเปล่าหรือปรุงแต่งรสหวานแต่อย่างใด รับประทานวุ้นว่านหางจระเข้ปั่นก่อนอาหารวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 แก้ว (หรือ 250 ซีซี) แต่ถ้าต้องการใช้เพื่อการป้องกันให้ลดขนาดลงครึ่งหนึ่ง ขนาดยากินรักษาและป้องกันใช้ได้สำหรับผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
วุ้นว่านหางจระเข้เป็นอาหารและยาที่ปลอดภัย เพราะไม่พบพิษข้างเคียงในขนาดบริโภคดังกล่าว แต่ถ้าหากไม่ต้องการพึ่งบริการวุ้นว่านหางจระเข้ก็ต้องหมั่นรับประทานผักต้มสุกทุกมื้อเช่น ผักใบเขียว ฟักทอง แครอต รวมทั้งผลไม้สุกนิ่ม เช่นมะละกอ กล้วย หลีกเลี่ยงเมล็ดธัญพืช ผัก ผลไม้ดิบที่ย่อยยากหรือผลไม้ที่มีกรดสูง เช่น สับปะรด รวมทั้งงดอาหารไขมันสูงด้วย ที่สำคัญอย่าลืมการออกกำลังและการพักผ่อนอย่างเพียงพออย่าให้ความเร่งรีบในชีวิตประจำวันช่วงชิงสุขภาพที่ดีไปจากตัวเรา
ว่านหางจระเข้เป็นพืชที่ปลูกง่าย ฟอร์มสวย ควรมีไว้ประดับบ้านและสวน และเป็นยาสามัญประจำบ้านอเนกประสงค์ นอกจากใช้ป้องกันรักษาโรคในระบบทางเดินอาหารแล้ว ยังใช้รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก รวมทั้งใช้รักษาแผลสด แผลเรื้อรังได้ดีอีกด้วย


ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป