ขยายหน้าจอ
  • 1682เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

เกิดอะไรขึ้น เมื่อเด็กไม่มี "การเล่นอย่างอิสระ [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์openpassorn
 



ในโลกที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง หลาย ๆ สิ่งถูกเปลี่ยนผ่านไปตามยุคสมัย และหนึ่งในนั้นก็คือ "การเล่น" ที่ค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วย "การเรียนกวดวิชา" และตารางเรียนที่แน่นเอียดจนเด็กไม่สามารถเจียดเวลาไปเล่น หรือมีเวลาส่วนตัวได้เลย





เมื่อเป็นเช่นนี้ นพ.อุดม เพชรสังหาร จิตแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาสมองของเด็ก สะท้อนผ่านทีมงาน Life & Family ว่า เด็กจะขาดชีวิตชีวาไปพร้อม ๆ กับทักษะแก้ปัญหาที่เกิดจากการเล่น เพราะการเล่นเป็นการเรียนรู้ที่จะสร้างลักษณะนิสัยในเรื่องของความอดทน พยายาม ความกระตือรือร้นใฝ่รู้ และความภาคภูมิใจในตนเอง เป็นการพัฒนาทั้งสติปัญญา และอารมณ์
"พ่อแม่หลายคนมองว่าการเล่นไม่ค่อยจะมีสาระ หรือประโยชน์กับเด็กเท่าไร เอาเวลาให้ลูกไปเรียนพิเศษดีกว่า" จิตแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาสมองของเด็กท่านนี้ฉายภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับพ่อแม่บางกลุ่มที่มองข้ามความสำคัญของการเล่นไป
ในขณะที่พ่อแม่บางท่าน ให้ความสำคัญกับการเล่นของลูกเป็นอย่างมาก แต่บางครั้งดูเหมือนจะเน้นทักษะมากไปจนลืมเรื่องความสนุก และความสุขที่ลูกควรจะได้รับ
"พ่อแม่มักเข้าไปกำหนด ตั้งกฎ หรือบางทีกลัวว่าลูกจะไม่เก่ง พูดง่าย ๆ คือ โลภ อยากได้ทักษะ 1 2 3 4 เช่น ต้องเล่นของเล่นชนิดนี้ ต่อตามแบบนี้นะ ทำให้เด็กขาดทักษะการเล่นตามธรรมชาติ และไม่มีทักษะด้านสัมพันธภาพกับผู้อื่น เพราะทักษะการแก้ปัญหาชีวิตมันไม่ได้มาแบบสมการที่พ่อแม่ตั้งเอาไว้ แต่บางครั้งต้องปล่อยให้เด็กเล่น และแก้ปัญหาด้วยตัวเขาเองบ้าง" นพ.อุดมเผย และกล่าวต่อไปว่า ถ้าเมื่อไรก็ตามที่เด็กได้เล่นอย่างอิสระ เมื่อนั้นเด็กจะพัฒนาความคิด และสติปัญญาของตัวเขาเองขึ้นมา
แต่กระนั้น การเล่นอย่างอิสระ ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกเล่นอะไรตามอำเพอใจ แต่ควรคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย โดยเฉพาะความปลอดภัยในการเล่น และที่สำคัญ การเล่นต้องมีความพอดี ไม่น้อย หรือมากจนเกินไป
"อะไรก็ตามที่มันสุดโต่ง มันคงไม่ใช่ แต่ชีวิตของเด็กคนหนึ่งควรมีการเล่น การอ่านหนังสือ การทำงานบ้าน และมีการทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งทุกอย่างต้องลงตัว ทำแล้วเด็กสนุก และมีความสุข โดยเฉพาะการเล่นคือทักษะสังคมที่เด็กควรจะมี" นพ.อุดมเผย
ลึกลงไปในประเด็น "การเล่นอย่างอิสระ" ได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติในสหรัฐฯ ไปแล้ว เมื่อพบว่า ปัจจัยที่ทำให้คนร้ายก่อเหตุการณ์สังหารหมู่ในปี 1966 และเหตุการณ์ในลักษณะคล้าย ๆ กันในปี 2007 ที่มีการใช้อาวุธปืนยิงตามห้องเรียนและหอพักนักศึกษาของของสถาบันโพลีเทคนิคเวอร์จีเนีย เมืองแบล็คเบิร์ก รัฐเวอร์จีเนีย นอกจากจะมีปัญหาครอบครัวแตกแยกแล้ว เกือบแทบทุกรายไม่เคยผ่านการเล่นอย่างอิสระมาก่อนเลย
ด้วยเหตุนี้ ทำให้ ศ.ดร.สจ๊วต บราวน์ จิตแพทย์ที่ถูกส่งให้เข้าไปสอบสวนคดีในตอนนั้น เริ่มเห็นความสำคัญของการเล่นอย่างอิสระมากขึ้น และได้ก่อตั้งสถาบันการเล่นแห่งชาติ (National Institute for Play) ขึ้น โดยมีรูปแบบของการเล่นแบบอิสระ (Free Play) ที่พ่อแม่ควรทำความเข้าใจดังต่อไปนี้
- ไม่มีการตั้งวัตถุประสงค์และเป้าหมายใดๆ ทั้งสิ้น (purposeless) เด็กเล่นก็เพราะเขาอยากจะเล่น ไม่ใช่เพื่อเหตุผลอื่นใด
- เกิดจากความตั้งใจและโดยสมัครใจ (voluntary) ไม่ใช่สิ่งที่เด็กจะต้องทำตามหน้าที่ หรือมีใครบังคับ
- การเล่นมีแรงดึงดูดใจในตัวเอง (attraction) ทำให้เด็ก ๆ อยากเล่นจนยากจะห้ามใจ
- เป็นอิสระจากเวลา (freedom from time) จะเล่นเวลาไหนก็ได้ ไม่ต้องพะวงเกี่ยวกับเวลา หรือเล่นจนลืมเวลาไปเลย เช่น ไม่ได้ถูกจำกัดว่าต้องต่อบล็อกให้เสร็จภายใน 30 นาที แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเล่นจนไม่ยอมทำกิจวัตรอย่างอื่น
- ลืมความเป็นตัวตนของตนเองในขณะที่เล่น (Diminished consciousness)
- ไม่มีการเตรียมการมาก่อน (Improvisation) ขณะที่เล่น เด็ก ๆ ด้นสด หรือพลิกแพลงวิธีการเล่นตามสถานการณ์อยากจะเล่นอย่างต่อเนื่อง (continuation desire) เล่นแล้วไม่อยากเลิก แต่ถ้าแม่เรียกไปกินข้าว แล้วเด็กๆ อาจจะบอกเพื่อนให้นัดเจอกันใหม่พรุ่งนี้ เป็นต้น
ดังนั้น การได้ปล่อยให้เด็กได้ออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ ในพื้นที่โล่งกว้างกลางแจ้ง มีประโยชน์ยิ่งกว่าการเล่นด้วยของเล่นไม่กี่ชิ้นภายในบ้าน และที่สำคัญ ยังช่วยเพิ่มทักษะทางด้านสังคม ทำให้เด็กได้รู้จักการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และช่วยสร้างประสบการณ์ชีวิตที่ดีให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย


ที่มา : หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป