ขยายหน้าจอ
  • 3019เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]อีโคไล (E.coli) แบคทีเรียร้ายที่มาพร้อมอาหาร [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 

        


          Escherichia coli (เอสเชอริเชีย โคไล หรือ เอเชอรีเกีย โคไล)  หรือเรียกโดยย่อว่า E. coli (อี. โคไล)  เป็นแบคทีเรียในกลุ่มโคลิฟอร์ม  เป็นตัวชี้การปนเปื้อนของอุจจาระในน้ำ  มีอยู่ตามธรรมชาติในลำไส้ใหญ่ของสัตว์และมนุษย์ แบคทีเรียชนิดนี้ทำให้เกิดอาการท้องเสียบ่อยที่สุด  ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่  ทำให้ถ่ายอุจจาระเหลว หรือเป็นน้ำ แต่อาการมักไม่รุนแรง เพราะทั้งเด็ก และผู้ใหญ่มักมีภูมิต้านทานอยู่บ้างแล้ว เนื่องจาก ได้รับเชื้อนี้เข้าไปทีละน้อยอยู่เรื่อย ๆ เชื้อนี้มักปนเปื้อนมากับอาหาร น้ำ หรือ มือของผู้ประกอบอาหาร ปกติเชื้อเหล่านี้อาจพบในอุจจาระได้อยู่แล้วแม้จะไม่มีอาการอะไร มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น พม่า ไทย ลาว กัมพูชา อินโดนิเซีย เป็นต้น


          เชื้ออีโคไล หรือ Escherichia coli เป็นหนึ่งในแบคทีเรียประจำถิ่นที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม  โดยปกติจะไม่ทำอันตรายหรือก่อโรคร้ายแรง มันกลับช่วยคนเราย่อยอาหาร และให้วิตามินบางชนิดแก่ร่างกาย  เช่น  วิตามินเค  วิตามินบีบางชนิด  อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการทำงานและการเคลื่อนไหวของลำไส้ แต่ในทางกลับกัน การมีจำนวนเชื้ออีโคไลมากเกินไป หรือได้รับเชื้ออีโคไลสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคผ่านทางการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเหล่านี้เข้าไป เช่น อาหารที่ปรุงไม่สุก อาหารดิบ อาหารปรุงสุกที่ค้างคืนไว้นาน ผักผลไม้ที่ล้างไม่สะอาด น้ำที่มีการปนเปื้อนของเชื้อ  ก็อาจจะเป็นสาเหตุก่อให้เกิดอาการท้องเสีย หรืออาหารเป็นพิษได้ด้วย  แต่อาการท้องเสียส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง ลักษณะถ่ายเหลวเป็นน้ำ ไม่มีมูกเลือด อาจมีไข้ ปวดท้อง ท้องอืด ไม่อยากอาหารบ้าง ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายได้เองภายใน 1-2 วัน

          
แม้ว่าเชื้ออีโคไลโดยทั่วไปจะไม่ทำอันตรายต่อคนเรามาก แต่ก็มีสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรง และถ่ายมีเลือดปนคือ EHEC (enterohaemorrhagic E. coli)  แม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้รับสารพิษจากเชื้ออีโคไลชนิด EHEC นี้จะสามารถหายได้เองภายใน 10 วัน แต่ผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้ป่วยเด็ก หรือผู้ป่วยสูงอายุ อาจมีอาการท้องเสียถ่ายเป็นเลือดรุนแรงจนทำให้ไตวายเฉียบพลัน โลหิตจางจากภาวะเม็ดเลือดแดงแตก และภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ซึ่งส่งเสริมให้เลือดออกง่ายมากขึ้น  สำหรับเด็กเล็กก็อาจมีอาการทางระบบประสาทแทรกซ้อนเช่น หลอดเลือดสมองแตก ชัก โคม่า แต่มีเพียง 10% ของผู้ป่วยที่ติดเชื้ออีโคไลสายพันธุ์รุนแรงเท่านั้นที่จะมีอาการดังกล่าว

          โดยปกติคนที่จะเกิดอาการท้องเสีย เกิดจากการได้รับเชื้ออีโคไล (E.coli)  ในปริมาณมากพอ เชื้ออีโคไลที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินอาหาร แบ่งเป็นสายพันธุ์ (strains) หรือ pathotypes 6 ตัวด้วยกันคือ


  Shiga toxin producing E.coli หรือ STEC หรือ enterohemorrhagic E.coliหรือ EHEC มีอาการคล้ายบิด อีโคไลพวกนี้ก่อให้เกิดอาการถ่ายปวดบิดและมีเลือดปน
Enteropathogenic E.coli หรือ EPEC
  Enterotoxigenic E.coli ETEC
  Enteroinvasive E.coli EIEC
  Enteroaggregative E.coi EAEC
  Diffusely adherent E.coli DAEC


          วันนี้เรามาดูเชื้ออีโคไล ชนิดสร้างชิก้า ท๊อกซิน Shiga toxin producing E.coli STEC หรือ EHEC ซึ่งเป็นเชื้ออีโคไลชนิดรุนแรงกันค่ะ


          เชื้อชนิดนี้ เป็นเชื้อในกลุ่มซึ่งสามารถ สร้างพิษ หรือ toxin ที่สามารถทำให้เกิดอาการ ลำไส้ใหญ่อักเสบแบบมีเลือดออก (hemorrhagic colitis) หรือ อาการที่เรียกว่า มีเม็ดเลือดแดงแตกและไตวาย Hemolytic Uremic syndrome (HUS)  เชื้อนี้มีการระบาดเป็นระยะ เนื่องจากติดผ่านเนื้อ หรือผัก  โดยเฉพาะเนื้อที่ปรุงไม่สุก และมีการระบาดในประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากพฤติกรรมการรับประทานนั่นเอง

          เชื้ออีโคไลนี้เคยระบาดในประเทศเยอรมัน เมื่อปี 2554 ซึ่งก็เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ EHEC เช่นกัน โดยมีชื่อสายพันธุ์ย่อยคือ O104:H4  ซึ่งเป็นเชื้ออีโคไลที่สามารถสร้างสารพิษที่คล้ายกับสารพิษของเชื้อบิดไม่มีตัว (ชิเกลล่า)


enterohaemorrhagic E. coli (EHEC)


          การรักษาอาการท้องเสียโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แต่สิ่งสำคัญของการรักษาคือ การจิบน้ำตาลเกลือแร่ทดแทนน้ำที่เสียไประหว่างที่มีอาการท้องเสีย แต่ไม่ควรดื่มน้ำตาลเกลือแร่ทีละมากๆ เพราะจะกลายเป็นการกระตุ้นการถ่ายมากขึ้น

          สำหรับการรับประทานยาหยุดถ่าย หรือยาอิโมเดียม ไม่ถือเป็นการรักษาอาการท้องเสีย แต่จะกลายเป็นการกักเก็บแบคทีเรียก่ออาการท้องเสียไว้ในร่างกายจนทำให้มีอาการท้องเสียรุนแรงมากขึ้นต่างหาก

[img]http://www.defendingfoodsafety.com/uploads/image/E_%20coli%204.jpg[/img]


          แม้ว่าเขตระบาดของเชื้ออีโคไลสายพันธุ์รุนแรงนี้จะอยู่ห่างไกลคนละทวีปกับบ้านเรา แต่ก็ควรระลึกไว้ว่า ในโลกนี้ยังมีแบคทีเรียและไวรัสอีกหลายชนิดที่ก่อให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรง ซึ่งก็ควรสังเกตอาการท้องเสียที่จำเป็นต้องรีบไปพบแพทย์ด้วย เช่น มีอาการท้องเสียมากกว่า 5 วัน (หรือมากกว่า 2 วันในกรณีที่เป็นเด็ก) ถ่ายจนมีมูกเลือดปนหรือถ่ายดำ ท้องเสียร่วมกับมีไข้ ถ่ายเหลวหรือสูญเสียน้ำจากอาการท้องเสียหรืออาเจียนจนไม่สามารถดื่มน้ำตาลเกลือแร่ทดแทนได้ ซึ่งจะมีอาการขาดน้ำตามมา เช่น มึนงง เวียนหัว กระหายน้ำ  เป็นต้น

          ดังนั้นก่อนรับประทานอาหาร  จึงควรคำนึงถึงความสะอาดและความถูกสุขลักษณะของอาหารกันด้วยนะคะ  เพื่อสุขภาพที่ดีและความปลอดภัยของตัวเราเองค่ะ ^^

สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป