ขยายหน้าจอ
  • 1589เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]น้ำกัดหรือเชื้อรากัดเท้ากันแน่ [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 


โรคผิวหนังเป็นโรคสำคัญที่มากับน้ำท่วม อยู่ในกลุ่มเดียวกับโรคระบบอื่นที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งได้แก่โรคท้องร่วง โรคระบบหายใจ เช่น เป็นหวัด ปอดบวม ถ้าย้ำยิ่งขังเนิ่นนานออกไปจะยิ่งติดอันดับทุกระบบ รวมทั้งโรคขาดอาหารด้วย เพราะไม่มีอาการจะกินประชาชนรู้จักโรคน้ำกัดเท้ากันดีชื่อก็บอกอยู่ในตัวว่ามีสาเหตุจากเท้าแช่น้ำนานๆในระหว่างน้ำท่วมขังอยู่รอบบ้านและในบ้านรวมไปถึงผู้ที่มีภาระหน้าที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทีลุยน้ำไปมาจนเกิดอาการน้ำกัดเท้า


"โรคน้ำกัดเท้า" ไม่ปรากฏผู้บัญญัติศัพท์นี้คงเป็นคำที่เรียกกันไปมาจนติดปาก เพราะสื่อความหมายโดยตรงจนกลายเป็นชื่อโรค จัดเป็นชื่อที่เหมาะสมดี ฟังเข้าใจง่ายโดยไม่ต้องตีความดีกว่าชื่อโรคอีกหลายโรคที่ชื่อฟังยากยิ่งชื่อโรคที่ไม่เคยมีบัญญัติภาษาไทย ต้องแปลจากภาษาฝรั่งผู้ป่วยฟังแล้วงงโรคน้ำกัดเท้า เกิดจากเท้าที่แช่น้ำที่มีเชื้อโรค สิ่งปฏิกูล เช่นมูลสัตว์ มูลฝอย ปะปนอยู่เป็นที่รวมของความสกปรกมีฤทธิ์ระคายเคืองต่อผิวหนัง สามารถย่อยโปรตีนผิวหนังให้เปื่อยยุ่ยยิ่งถ้ามีแผลเปื่อยอยู่ก่อนก็จะยิ่งเป็นมากขึ้นเป็นประตูให้เชื้อโรคเข้าสู่รอยเปื่อยนั้น ทำให้เกิดแผลบวมมีหนองหรือเป็นฝี มีอาการเจ็บปวด เดินไม่ไหว ไข่ดันบวม ถึงกับเป็นไข้
ในระยะแรกนี้ เท้ายังไม่เป็นเชื้อรา เป็นแค่เท้าเปื่อยและมีเชื้อหนองเชื้อราเกิดจากเมื่อเท้าอับชื้นเป็นเวลานาน ตัวอย่างเช่นผู้ที่ใส่รองเท้าอบทั้งวันนักกีฬาที่มีเหงื่อออกมากและมีการอาบน้ำรวมกันหรือแหล่งเดียวกันเกิดการแพร่เชื้อและติดเชื้อที่ตกค้างอยู่ในบริเวณในห้องน้ำผู้ที่เดินย่ำเท้าเปล่าย่ำอยู่บนพื้นดินพื้นทรายที่มีเชื้อราปะปนอยู่ก็มีโอกาสติดเชื้อราที่เท้าได้ง่ายจะเห็นว่าเชื้อรากว่าจะก่อตัวเข้าไปกัดเท้าต้องใช้เวลา และค่อยเป็นค่อยไปมิใช่จะมาเกิดระบาดในขณะน้ำท่วมในปัจจุบันทันด่วนเช่นที่เป็นอยู่ในขณะนี้เพราะฉะนั้น โรคที่มากับน้ำท่วมเดินย่ำน้ำจนเท้าเปื่อยจนเกิดน้ำกัดเท้านั้น จึงยังมิใช่ "เชื้อรา"หรือฮ่องกงฟุตตามที่เข้าใจกันปรากฏมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากซื้อยาเชื้อรามาใช้อยู่นานโดยที่ความจริงโรคที่เป็นไม่ใช่เชื้อรา
การป้องกันและรักษาในระยะนี้จึงเป็นเรื่องของจากรักษาความสะอาดและพยายามให้เท้าแห้งมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีข้อแนะนำ 10ประการในการป้องกันและรักษาโรคน้ำกัดเท้าขณะอยู่ในภาวะน้ำท่วม
1. ควรหลีกเลี่ยงการย่ำน้ำโดยไม่จำเป็น เช่น ท่องน้ำหรือเล่นน้ำเพื่อความสนุก
2. เมื่อจำเป็นโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรใช้รองเท้าบูทที่ทำด้วยยางกันน้ำหากน้ำยังล้นเข้าไปในรองเท้าบูท ให้ถอดแล้วเทน้ำในรองเท้าทิ้งเป็นคราวๆยังดีกว่าแช่อยู่ตลอด
3. เมื่อกลับเข้าบ้านให้ล้างเท้าให้สะอาด โดยแช่น้ำและสบู่ ควรเช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณซอกเท้า
4. เพื่อให้เท้าแห้งสนิท ให้ใช้แป้งฝุ่นสำหรับโรยตัว โรยที่เท้าและซอกเท้า
5. หากมีบาดแผลให้ใช้แอลกอฮอล์เช็ดแผล แล้วทาด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น ทิงเจอร์เบตาดีน
6. ถ้ามีแผลอักเสบบวมและปวด และบางครั้งรุนแรงจนถึงเป็นไข้ให้กินยาแก้อักเสบ เช่น ซัลฟา เพนิซิลลิน หรืออีริโทรมัยซินติดต่อกันเป็นเวลา ๑ สัปดาห์ หรือจนกว่าแผลจะหายดี
7. หากสงสัยว่าจะเป็นเชื้อรา แนะนำให้มาตรวจเชื้อที่สถาบันโรคผิวหนังถนนราชวิถี การตรวจ ใช้วิธีขูดขุยที่ผิวบริเวณแผลไปตรวจไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด
8. ไม่ควรเริ่มใช้ยาเชื้อราก่อนการพิสูจน์เชื้อเพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ อาจเสียเงินและเสียเวลาโดยใช่เหตุเนื่องจากยาเชื้อราต้องใช้เวลารักษานานและมีราคาแพง
9. ยารักษาเชื้อราบางชนิด เช่น ขี้ผึ้งวิทฟิลด์ซึ่งเป็นยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากหาง่ายและราคาถูกมีฤทธิ์ทำให้ผิวลอก หากนำมาใช้ขณะน้ำกัดเท้าจะยิ่งก่อให้เกิดการระคายเคืองเจ็บแสบ และผิวถลอกมากขึ้น จึงไม่ควรนำมาใช้ในระยะนี้
10. ขอฝากคำขวัญให้ผู้ที่ต้องย่ำน้ำท่วมขังเสมอว่า "เมื่อลุยน้ำท่วมขังให้ล้างน้ำฟอกสบู่ เช็ดจนแห้ง แล้วเอาแป้งโรย"


ที่มา :  นิตยสารหมอชาวบ้าน
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป