ขยายหน้าจอ
  • 1549เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]หายใจแบบ Slow motionพร้อมรับปัญหา พิชิตเครียด [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 


ปัญหาและสิ่งที่ท้าทายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเสมอ โดยอารมณ์วิตกกังวลจะเป็นสัญญาณกระตุ้นให้เราแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่นิ่งนอนใจมากเกินไป เปรียบเหมือนสตาร์ตเครื่องยนต์ให้เดินหน้า แต่ปัญหาของหลายคนไม่สามารถปิดเครื่องหรือสวิตช์ค้างไว้ ทำให้มีอา รมณ์วิตกกังวลมากเกินไป


อารมณ์วิตกกังวลที่มากเกินไปส่งผลต่อความสามารถของสมอง ทำให้ทำงานได้ลดลง ไม่สามารถตัดสินใจและสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้
- การหายใจที่ดีมีส่วนช่วยลดภาวะวิตกกังวล การหายใจยาวถูกควบคุมด้วยระบบประสาทที่ทำงานให้ร่างกายผ่อนคลาย ทำให้อารมณ์ลดลง
- ความวิตกกังวลที่มาก เกินไปมีผลต่อสมาธิ ความจำ ทำให้เราสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้ลดลง
- ความเครียดทำให้ความจำไม่ดีแม้แต่เด็กถ้าเครียดก็ส่งผลให้การเรียนไม่ดีด้วยเช่นกันในผู้หญิงอาจแสดงออกถึงความกังวล ด้วยการบ่น ซึ่งเป็นการดูแลตนเองอย่างหนึ่งแต่ถ้ามากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสัมพันธภาพกับคนรอบข้าง
วิธีจัดการกับความฟุ้งซ่าน
1.ฝึกการรู้ตัว รู้ทันอารมณ์ ถามตนเองว่ากำ ลังรู้สึกอย่างไรเมื่อเรารู้ว่ารู้สึกอย่างไร และยอมรับคนที่ชอบบ่นอาจจดบันทึกอารมณ์ทุกครั้งที่บ่น
2.ฝึกหายใจแบบ Slow motion เพื่อให้การหายใจเข้าและออกสมดุลโดยการหาเก้าอี้นั่งสบายๆ หายใจอย่างเป็นธรรมชาติหายใจเข้าให้รู้สึกว่าหน้าท้องขยายขึ้น หายใจออกรู้สึกว่าหน้าท้องแฟบต่อมาหายใจเข้าออกช้าๆ หายใจเข้านับ 1-5 ก่อนลมหายใจออกสังเกตการหยุดนิ่งของการหายใจสักครู่ แล้วหายใจออกช้าๆ นับ 1-5
ผลของการฝึกหายใจ  
- กระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก
- การขยายตัวของหลอดเลือดฝอย สำหรับคนที่มึนงง เวลา เครียด ควรฝึกวันละ 15 นาที
- กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ทั้งกล้ามเนื้อหน้าผาก กล้ามเนื้อคอ คนที่แบกภาระมากมักมีความเจ็บปวดตามบ่าและไหล่
- จิตใจสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน การหายใจแบบนี้เป็นทักษะใหม่ของร่างกายควรฝึกติดต่อกัน 2-4 สัปดาห์ เมื่อฝึกบ่อยๆ สมองจะสั่งงานให้ร่างกายและจิตใจสงบได้อย่างรวด เร็ว ทำให้ร่างกายมีพลัง สมองแจ่มใสสำหรับการจัดการอารมณ์ ความเครียดนั้นเนื่องจากปัจจุบันชีวิตประจำวันของเราเต็มไปด้วยความรีบเร่งทำให้สมาธิและสติในชีวิตประจำวันของเรามีน้อยลงคนที่มีสมาธิและสติที่ดีจะมีโอกาสรู้เท่าทันอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองทำให้การควบคุมอารมณ์ทำได้ดีขึ้น ปัญหาในชีวิตที่เกิดจากการขาดสติควบคุมอารมณ์ไม่ได้ก็จะลดน้อยลง การใช้วิธีนับ 1-10หรือการออกจากสถานที่ที่ทำให้เกิดอารมณ์ขุ่นมัวก็เป็นวิธีที่ดีที่จะช่วยลดโอกาสเกิดการระเบิดอารมณ์ได้
อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเครียดได้คือการหาความรู้เพิ่มเติมด้านจิตวิทยาและศาสนา เพื่อเพิ่มมุมมองชีวิตมุมมองปัญหาได้กว้างขึ้นเมื่อชีวิตต้องประสบกับปัญหาก็สามารถมองเห็นทางเลือกสำหรับทางออกได้มากขึ้นกว่าเดิม โอกาสที่จะรู้สึกว่าเกิดทางตัน ท้อแท้ หรือโกรธแค้นก็น้อยลงความสามารถคิดหรือมองโลกในแง่บวก และการให้อภัยจะทำได้ดีมากขึ้น
ผู้เขียนหวังว่าคำแนะนำในบทความนี้จะช่วยให้หลายคนที่ตกอยู่ในภาวะเครียดท่ามกลางสังคมไทยที่สับสนวุ่นวายสามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและคนรอบข้างได้เป็นการตัดวงจรเครียดก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงน่าสลดใจตามมา
ท้ายนี้ตัวเราย่อมดูแลและทะนุถนอมตนเองได้ดีที่สุดหากยังไม่สามารถดูแลตนเองหรือรู้สึกอ่อนแอมากการขอความช่วยเหลือและคำปรึกษาจากผู้รู้เป็นสิ่งที่ดีกับชีวิตเมื่อผ่านปัญหาไปแล้วเราจะได้ความเข้มแข็งและได้เรียนรู้สิ่งใหม่เป็นรางวัลเสมอกับทุกปัญหา

ที่มา : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้วันสุข
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
 
ถอยกลับ ถัดไป