ขยายหน้าจอ
  • 6186เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

แอดมิชชั่น Admission คืออะไร [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 

— หัวข้อนี้ปักหมุด โดย karminsc เมื่อเวลา (2012-10-03) —
  การสอบแอดมิชชั่นถือว่าเป็นการสอบชี้ชะตาของนักเรียนในระดับชั้น ม.6ทุกคนที่ต้องเข้าสู่สนามสอบแข่งขันเข้าสู่คณะและมหาวิทยาลัยที่ฝันไว้ถือเป็นการสอบครั้งใหญ่ที่สุดของชีวิตนักเรียนที่เข้าสอบทุกคนจะแบกรับความเครียดจากการติวหนังสือมาราธอนความคาดหวังจากผู้ปกครอง และความต้องการจะไปให้ถึงความฝันของตัวเองเมื่อแอดมิชชั่นมีความสำคัญต่อเรามากการทำความรู้จักกับมันให้ละเอียดจึงเป็นสิ่งจำเป็นครับ


แอดมิชชั่น Admission สิ่งที่อยู่เคียงคู่เด็ก ม.6 มาแล้วทุกรุ่น!


     แอดมิชชั่นหรือ Admission ชื่อเต็มๆว่าระบบกลางคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (Central UniversityAdmissions System: CUAS)ดูแค่ชื่อก็น่าจะทราบกันดีแล้วว่าแอดมิสชั่นคือระบบสอบกลางที่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าที่มีความต้องการจะศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ต้องสอบแล้วนำคะแนนสอบที่ได้มายื่นเลือกคณะกันอีกที
     ระบบแอดมิชชั่นนี้ บริหารงานโดย สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อว่า สทศ.โดยที่หน้าที่ของสทศ. คือพัฒนาข้อสอบเพื่อวัดและประเมินมาตรฐานการศึกษาวัดความรู้ความสามารถของผู้เข้าสอบแต่ละคนสทศ.จะรับผิดชอบการประเมินผลด้านการศึกษาให้กับนักเรียนที่เรียนหลักสูตรไทยในประเทศไทย หลายครั้งด้วยกันคือ ป.3, ป.6, ม.3, และ ม.6แต่ในการสอบแอดมิชชั่นนั้นจะนับกันเฉพาะ การสอบวัดผลในระดับชั้น ม.6เท่านั้น
     ยังมีอีก 1 องค์การที่จะไม่กล่าวถึงก็คงจะไม่ได้ คือ กระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นผู้วางมาตรฐานหลักสูตรการศึกษาให้กับโรงเรียนต่างๆในประเทศไทยเรียกง่ายๆว่า กระทรวงศึกษาเป็นผู้กำหนดหลักสูตรโรงเรียนมีหน้าที่สอนนักเรียนตามหลักสูตรและสทศ.มีหน้าที่สอบวัดผลโรงเรียนและนักเรียนแต่ละคนตามหลักสูตรนั่นเอง

กลับเข้าเรื่องแอดมิชชั่นกันต่อว่า มีวิชาอะไรบ้างที่จะต้องสอบกัน


     1. O-NET(Ordinary National Education Test)หรือการสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน ในตอนนี้จะพูดถึงการสอบ O-NETในระดับชั้น ม.6 เพียงอย่างเดียว แนวคิดของ O-NET คือการวัดผลของโรงเรียนแต่ละโรงเรียนว่าได้สอนนักเรียนของตัวเองตามหลักสูตรกระทรวงขนาดไหน ข้อสอบ O-NET นี้จะเป็นข้อสอบง่ายๆที่วัดเฉพาะพื้นฐานจริงๆเท่านั้น
     2. GAT (Genetal Aptitude Test) หรือมีชื่อเป็นภาษาไทยสั้นๆว่า  การสอบความถนัดทั่วไป ซึ่งจะเน้นเนื้อหาทางด้าน การอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์การแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ รวมไปถึงการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ข้อสอบ GAT นี้จะมีความซับซ้อนมากกว่าความยาก
     3. PAT (Professional Aptitude Test) หรือมีชื่อเป็นภาษาไทยสั้นๆว่า การสอบความถนัดเฉพาะด้าน/วิชาการเป็นข้อสอบที่ยากที่สุดในสามตัวที่พูดถึง วิชาเฉพาะด้านที่มีสอบคือคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ พื้นฐานวิศวกรรม พื้นฐานสถาปัตยกรรมพื้นฐานความเป็นครู และวิชาด้านภาษาอื่นๆนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ

สอบเสร็จแล้วก็นำคะแนนที่ได้มา ไปยื่นเลือกคณะ


    การสอบแอดมิชชั่นจะสอบรวมกันทีเดียวเลยแล้วจะนำคะแนนของวิชาไหนมายื่นบ้างก็เป็นเรื่องของแต่ละคณะจะกำหนดกันเอาเองรวมกับ เกรดเฉลี่ยในระดับชั้นมัธยมปลาย (GPAX)มาร่วมคำนวนด้วยโดยน้ำหนักของคะแนนสอบแต่ละส่วนจะแตกต่างกันไปตามมหาวิทยาลัยและคณะการคิดคะแนนจึงค่อนข้างยุ่งยาก (มากกก)เมื่อนำคะแนนทั้งหมดสี่ส่วนมารวมกันเป็นคะแนนสุดท้ายแล้วนำคะแนนสุดท้ายที่ว่านี้มาทำการยื่นเลือกคณะอีกทีนึง
     การจะดูว่าคณะไหนต้องการคะแนนวิชาอะไรเท่าไหร่บ้าง หาไม่ยากครับ ที่ ห้องแนะแนวของทุกๆโรงเรียนมีข้อมูลและเอกสารมากมายให้ศึกษาหากข้อมูลเยอะเกินไปจนขี้เกียจอ่านเองก็ลองใช้ทางลัดถามอาจารย์แนะแนวดูก็ได้ครับอาจารย์ยินดีให้คำปรึกษากับน้องๆทุกคนแน่นอนครับ อย่าเขิน อย่าอายอย่างน้อยไปห้องแนะแนวก็ได้ตากแอร์ (หรือพัดลม) เย็นกว่าตากแดดที่สนามแน่ๆ

มีคณะไหนบ้างที่ไม่รับผ่านระบบแอดมิชชั่น

    จะมีข้อยกเว้นเกี่ยวกับการแอดมิชชั่นอยู่บ้างเนื่องจากมหาวิทยาลัยหลายๆที่ไม่มีความเชื่อมั่นในการสอบแอดมิชชั่นจึงได้จัดการสอบตรงขึ้นโดยเฉพาะคณะทางด้านแพทย์ส่วนใหญ่จะรับเฉพาะการสอบตรงไม่ค่อยจะได้เห็นคณะด้านแพทย์ที่รับเด็กที่ผ่านการสอบแอดมิชชั่นเท่าไหร่กันนัก และยังเปลี่ยนแปลงไปมาอย่างรวดเร็วด้วยบางมหาวิทยาลัยรับผ่านแอดมิชชั่นปีที่แล้วแต่ไม่รับผ่านแอดมิชชั่นปีนี้ต้องติดตามข่าวกันอย่างละเอียดปีต่อปีกันเลยทีเดียวตรงกันข้ามกับการสอบตรงซึ่งรับทุกปี




สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป