ขยายหน้าจอ
  • 2132เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]โรคเบาหวานเข้าจอประสาทตา [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 


ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานมา 15 ปีแล้ว จะมีการเปลี่ยนแปลงที่จอประสาทตา 3 ชนิด


การเปลี่ยนแปลงแบบเริ่มต้น หรือ BACK-GROUND DIABETIC RETINOPATHY จอประสาทตาจะมีเส้นเลือดโป่งออกมาลักษณะคล้ายลูกประคำขนาดเล็กๆเส้นเลือดที่ผิดปกตินี้จะแตกง่าย เมื่อแตกออกก็จะเกิดเลือดออกบนจอประสาทตา นอกจากนี้ยังมีการจับตัวของสารประเภทไขมันสีขาวๆ บนจอประสาทตา และอาจมีหรือไม่มีอาการขาดเลือดเลี้ยงเส้นประสาทขนาดเล็กบนจอประสาทตา

การเปลี่ยนแปลงแบบ PROLI

FERATIVE  DIABETIC  RETINOPATHYหลังจากผ่านระยะการเปลี่ยนแปลงแบบที่ 1มาแล้วสักระยัเวลาหนึ่งก็จะมีเส้นเลือดใหม่เกิดขึ้นบนจอประสาทตา ซึ่งเลือดเหล่านี้จะแตกง่ายทำให้เกิดเลือดออกบนจอประสาทตา เมื่อเลือดที่ออกมานี้มีจำนวนมากขึ้นก็จะไหลเข้าไปในวุ้นลูกตา เลือดเหล่านี้จะทำให้ผู้ป่วยตามัวลงมากทันที นอกจากนี้เส้นเลือดใหม่เกิดขึ้นแล้วก็จะมีแผ่นพังผืดงอกขึ้นบนจอประสาทตา ดึงจอประสาทตาให้หลุดออก  ทำให้ผู้ป่วยตาบอดได้ เกิดการบวมที่จุดศูนย์กลางจอประสาทตาในผู้ป่วยเบาหวานที่มีการเปลี่ยนแปลงที่จอประสาทตาแบบที่ 1 หรือ 2อาจเกิดมีการบวมที่จุดศูนย์กลางจอประสาทตาได้จะทำให้ผู้ป่วยตามัวลงมาก จักษุแพทย์สามารถช่วยไม่ให้ผู้ป่วยเบาหวานตาบอดได้

เมื่อผู้ป่วยเบาหวานมาพบจักษุแพทย์  จักษุแพทย์ก็จะทำการตรวจโดยละเอียด ได้แก่ วัดสายตา  วัดความดันลูกตา  การตรวจโดยกลกล้องขยาย การตรวจลักษณะของจอรับภาพ ถ้าพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่จอรับภาพก็จะพิจารณาว่าอยู่ในระยะใดเพื่อนำมาประกอยการดูแลรักษาดวงตาผู้ป่วย  การรักษาผู้ป่วยที่เบาหวานเข้าจอประสาทตา

ถ้าการเปลี่ยนแปลงจอรับภาพอยู่ในระยะเริ่มต้น (BACKGROUND DIABETICRETINOPATHY) และยังไม่มีการบวมที่ศูนย์กลางจอประสาทตา จักษุแพทย์ก็จะทำการถ่ายภาพจอประสาทตา เก็บไว้ในรายงานประวัติผู้ป่วย โดยจะอธิบายให้ผู้ป่วยทราบว่ายังไม่ต้องรับการรักษาอย่างใด แต่ผู้ป่วยควรมารับการตรวจทุกๆ 2 เดือนเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของจอประสาทตา

ถ้าพบว่าจอประสาทตาอยู่ในระยะ PROLIFERATIVE DIABETIC  RETINOPATHYผู้ป่วยจำเป็นต้องรับการรักษาโดยฉายแสงเลเซอร์ที่จอประสาทตา การฉายจะแบ่งเป็นครั้งๆไม่เกิน 5 ครั้งต่อดวงตา 1 ข้าง การกระทำเช่นนี้จะสามารถป้องกัน และรักษาดวงตาของผู้ป่วยเบาหวานให้สามารถมองเห็นได้อีกต่อไป

ผู้ป่วยที่พบว่ามีการบวมเกิดขึ้นที่ศูนย์กลางจอประสาทตา จักษุแพทย์จะส่งผู้ป่วยไปรับการถ่ายรูปจอประสาทตา และทำการฉีดสารฟลูออเรสซีนเข้าที่เส้นเลือดดำบริเวณแขนของผู้ป่วย แล้วทำการถ่ายภาพจอประสาทตาอีกครั้งหนึ่งจำนวนหลายภาพ เมื่อได้ภาพที่ล้างฟิล์มมาเรียบร้อยแล้วก็จะต้องนำมาดูอย่างละเอียดแล้วจึงใช้แสงเลเซอร์ฉายลงบนจุดหรือบริเวณที่มีการรั่วของน้ำเหลืองบริเวณรอบๆจุดศูนย์กลางจอประสาทตา  ผู้ป่วยก็จะเห็นได้ชัดเจนขึ้นกว่าฉายแสงเลเซอร์

ในรายที่มีเลือดออกที่จอประสาทและเลือดไหลเข้าไปในวุ้นลูกตา  หรือมีการดึงของพังผืดทำให้จอประสาทตาลอก จักษุแพทยฺผู้เชี่ยวชาญโรคจอประสาทตาก็จะทำการผ่าตัดโดยเครื่องมือและวิธีการพิเศษเฉพาะทาง เพื่อตัดและดูดเอาวุ้นลูกตาที่มีเลือดปนอยู่ออกมาจากดวงตา ตัดพังผืดที่ดึงจอประสาทตาออกและฉายแสงเลเซอร์เข้าไปบนจอประสาทตา ขณะทำการผ่าตัดนี้ด้วย  ส่วนมากภายหลังการผ่าตัดชนิดนี้แล้ว ผู้ป่วยมักจะเห็นดีขึ้นกว่าเดิม









ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก  เรียบเรียงข้อมูลจากโรงพยาบาลไทยนครินทร์
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป