ขยายหน้าจอ
  • 5552เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]รอบเอวกับมะเร็ง! [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 


ความอ้วนไม่ได้เป็นเพียงศัตรูร้ายที่ทำลายบุคลิกภาพ แต่ยังส่งผลเรื่องสุขภาพทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยเฉพาะโรคอ้วนลงพุง หรือ Metabolic Syndrome ซึ่งผู้ที่เข้าข่ายต้องระวังโรคดังกล่าว คือผู้ชายที่มีรอบเอว 90 ซม.ขึ้นไป และ80 ซม.ในผู้หญิง ซึ่งไขมันในช่องท้องที่มากเกินเกณฑ์ปกติจะกระตุ้นให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินทำให้ตับไม่สามารถยับยั้งการสร้างกลูโคสได้จึงส่งผลในเรื่องน้ำตาลในเลือดสูงและยังทำให้เกิดกรดไขมันอิสระที่นำไปสู่โรคเบาหวานในที่สุด

ผลการวิจัยพบว่าผู้ที่เป็นโรคอ้วนลงพุงจะมีโอกาสเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดมากกว่าคนปกติถึง 2-3 เท่าตัว นอกจากนั้นยังมีงานวิจัยจากอิมพีเรียลคอลเลจในกรุงลอนดอนที่ออกมาเตือนว่า ทุกๆ 1 นิ้วของรอบเอวที่เพิ่มขึ้นจากเกณฑ์ที่เหมาะสมจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้3%และยังมีงานวิจัยอีกหลายสถาบันที่บ่งชี้ว่าไขมันส่วนเกินมีผลต่อการเกิดมะเร็งอีกหลายชนิด เช่น มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกมะเร็งถุงน้ำดีมะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งเต้านม ฯลฯ
แม้จะรู้ดีว่าความอ้วนและรอบเอวมีผลต่อสุขภาพแต่หลายคนก็ยังไม่สามารถเอาชนะความอ้วนได้อันเนื่องจากอุปสรรคนานัปการไม่ว่าจะเป็นอายุเยอะลดยาก ระบบเผาผลาญไม่ดีไม่มีเวลา ไม่สะดวกออกกำลังกายเป็นต้นความจริงการลดความอ้วนต้องเริ่มที่ความตั้งใจ แต่ถ้าลดยากหรือลดไม่ลงจริงๆนวัตกรรมทางการแพทย์ก็ยังมีให้เลือกสรรตั้งแต่การดูดไขมันไปจนถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เลเซอร์ คลื่นวิทยุ(RadioFrequency) แสงอินฟราเรดคลื่นอัลตราซาวด์และอีกมากมายให้เลือกตามความเหมาะสม
แต่ก่อนที่จะรู้ว่าควรใช้เครื่องมือตัวใดจึงจะให้ประสิทธิภาพดีที่สุดควรเริ่มจากการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางรวมถึงการใช้แนวทางใหม่ในการวิเคราะห์สัดส่วนที่นำเอาระบบคอมพิวเตอร์ STมาใช้เพื่อการวิเคราะห์ได้อย่างละเอียดและชัดเจนยิ่งขึ้น ระบบ STนี้จะนำเอาน้ำหนัก ส่วนสูง สัดส่วนต่างๆ มาประมวลผลกับอายุและโครงสร้างแล้วประเมินผลออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ของมวลน้ำ มวลไขมันและมวลกล้ามเนื้อในร่างกายจากนั้นจึงจัดกรอบรูปร่างและออกแบบโปรแกรมทรีตเมนต์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลภายในเวลา 20-30 นาที
หลังจากนั้นก็เป็นขั้นตอนการทำทรีตเมนต์สลับหมุนเวียนกันไปตามโปรแกรมที่ออกแบบเอาไว้ โดยใช้เวลาทำต่อเครื่อง30-60 นาทีนอกจากจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญแคลอรีและสลายไขมันแล้วยังช่วยลดอาการบวมน้ำที่เกิดจากการบริโภคโซเดียมมากเกินไปหรือฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่นภาวะหลังคลอดรวมถึงช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับไม่ผอมเผละหรือมีเนื้อส่วนเกินห้อยต่องแต่งอีกด้วย
แต่เหนือสิ่งอื่นใดนอกจากมีตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพแล้วผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับวินัยของผู้เข้ารับการรักษาเป็นสำคัญดังนั้นเมื่อศึกษาข้อมูลจนมั่นใจแล้วจึงควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงทำทรีตเมนต์อย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยให้มีรูปร่างและน้ำหนักที่เหมาะสม มีสุขภาพดีลดอัตราการเกิดโรคหลายชนิดอีกด้วย  



ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ โดย พญ.ลักขณา ถาวโรจน์
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
 
ถอยกลับ ถัดไป