ขยายหน้าจอ
  • 1552เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[นานาสาระ]‘เลนส์แก้วตาเทียม’ ของไม่แท้ แต่ทำให้เห็นจริง [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 

ปัญหาทางสายตา เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ จากที่เคยมองเห็นเด่นชัด ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นพร่าเบลอ มองไฟหนึ่งดวงก็อาจเห็นเป็นสองดวง นั่นเป็นเพราะเลนส์สายตาถึงเวลาเสื่อมสภาพ ถึงแม้ว่าวิทยาการในปัจจุบัน อาจจะยังไม่ถึงขั้นที่ทำให้สายตาของคนเราที่ผิดปกติกลับมาเป็นปกติได้ แต่อย่างน้อยก็อำนวยความสะดวกให้การดำเนินชีวิตได้ดีขึ้นกว่าเดิม



ข้อมูลความรู้ที่ได้รับจาก พ.ต.อ.นายแพทย์ คำนูณ อธิภาส หัวหน้าแผนกจักษุแพทย์ คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา กล่าวไว้ว่า หน้าที่เลนส์สายตาของคนเรา คือ การยืดและหดเปลี่ยนโฟกัส ทำให้เราสามารถดูไกลได้ ดูใกล้เห็น อย่างในตอนที่เราเป็นเด็ก แต่เมื่อเวลาผ่านไป อายุมากขึ้น ซึ่งโดยประมาณอยู่ที่ 40 ปีขึ้นไป หรือไม่อย่างนั้น ถ้าเป็นต้อกระจก ความพร่ามัวก็จะเริ่มเกิดกับดวงตา หลายท่านเริ่มเห็นภาพซ้อนๆ เช่นคนที่ขับรถ ก็จะเริ่มเห็นแสงไฟจากรถที่สวนมา ดูแตกพร่า ทำให้ต้องเลิกขับรถไปเลยก็มี
แต่อย่าได้กังวลไป เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีการแพทย์สามารถที่จะปรับปัญหาการมองเห็นให้ดีขึ้นได้ด้วยการใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทน คือเปลี่ยนเลนส์ตัวเดิมที่ขุ่นมัวออกไปแล้วฝังเลนส์เข้าไปใหม่
“ทีนี้ ทุกคนก็จะพูดเหมือนกันว่า จะเปลี่ยนทั้งที ก็ขอเปลี่ยนเป็นเลนส์ที่มันยืดได้หดได้เหมือนกับเลนส์วัยรุ่นไปเลยจะได้ไหม แต่ประเด็นก็คือ ตอนนี้มันยังไม่มีเลนส์ที่ยืดและหดได้เท่ากับเลนส์สายตาธรรมชาติของคนที่ยังเป็นวัยรุ่น ดังนั้น เลนส์ที่มีในปัจจุบันส่วนใหญ่จึงเป็นเลนส์ที่มีระยะโฟกัสตายตัว แต่ก็มีความพยายามที่จะผลิตเลนส์ที่ปรับระยะใกล้ไกลได้ นั่นเป็นความฝัน ถ้าทำได้ ทุกคนจะมีความสุขมาก แต่กระนั้น ทุกวันนี้ก็ยังมีเลนส์บางชนิดที่สามารถยืดหดได้บ้าง ยังไม่ถึงขั้นเหมือนเลนส์ธรรมชาติ แต่คุณภาพก็ดีขึ้นมาก”
นายแพทย์ คำนูณ ยังบอกอีกว่า แม้ตอนนี้ เราจะมีเลนส์ที่ปรับระยะ ยืดและหดได้บ้าง แต่ว่าเลนส์ที่เป็นเลนส์ปรับระยะแบบนี้ ยังไม่สามารถที่จะดึงระยะเข้ามาใกล้ได้มากนัก ยังต้องมีแว่นเสริมอยู่ด้วย อาจจะอยู่ระยะไกลหรือระยะกลางได้ แทนที่จะมองเห็นแค่เพียงระยะเดียว เพราะว่าถ้าเป็นเลนส์ตายตัว เราจะเห็นเพียงระยะใดระยะหนึ่งเพียงเท่านั้น อย่างเช่น ถ้าระยะไกลชัด ระยะใกล้และระยะกลางก็อาจจะไม่ค่อยชัด
ในชีวิตสมัยใหม่ยุคปัจจุบัน เราไม่ได้ใช้ระยะใดระยะหนึ่งเพียงระยะเดียว ฉะนั้น เลนส์ในปัจจุบันจึงมีการแบ่งระยะเป็นไกลมาก ไกลกลาง ใกล้ และใกล้สุด
“จริงๆ ถ้าจะเปลี่ยนเลนส์ตา คนไข้ควรจะระบุให้หมอรู้ไปเลยว่า ต้องการใช้เลนส์สายตามองระยะใดมากที่สุด ใกล้ไกลเพียงไหน แล้วหลังจากนั้น ระยะอื่นๆ ค่อยปรับด้วยแว่นตาอีกที”
แต่เดี๋ยวนี้ มันมีเลนส์บางชนิดที่แม้จะเป็นระยะตายตัว แต่ผู้ผลิตจะมีการแบ่งแสงไว้สักครึ่งหนึ่งเพื่อให้ดูระยะไกลได้ และอีกครึ่งไว้ดูระยะใกล้ เลนส์ที่ปล่อยให้แสงวิ่งผ่านจะถูกแยกไว้เป็นสองจุด 50 เปอร์เซ็นต์ จะโฟกัสที่การมองไกล ส่วนอีก 50 จะโฟกัสที่การมองใกล้ ฉะนั้น ความคมชัดในทั้งสองระยะจะด้อยลงไปนิดหน่อย ต่างจากเลนส์ระยะเดียวที่จะโฟกัสแสงเข้มข้นไปที่จุดเดียวหมด จึงทำให้มองเห็นชัด แต่ถ้าเป็นเลนส์สองระยะ การมองในที่นอกอาคาร แสงสว่างชัดๆ จะใช้ได้ดี แต่ถ้าอยู่ในอาคารบ้านเรือน อาจจะพบว่าไม่ค่อยชัด ต้องช่วยด้วยการเพิ่มแสงในบ้าน อย่างเวลาอ่านหนังสือ อาจจะต้องมีโคมไฟมาเพิ่ม


ที่มา : หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป