ขยายหน้าจอ
  • 1340เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

ไอร้อยวัน...อย่าชะล่าใจ [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 


เข้าข่ายไอมาราธอน จนเหนื่อยหอบ เจ็บแน่นหน้าอก แถมมีไข้ต่ำช่วงบ่าย กินยาลดไข้แก้ไอเท่าไหร่ก็ไม่หาย อาจไม่ใช่แค่ไข้หวัดทั่วไปที่เดี๋ยวก็หาย
อาการไอต่อเนื่องนานกว่าปกติหรือนานกว่า 2 สัปดาห์ เจ็บหน้าอก กินอาหารไม่ได้จนน้ำหนักลด อ่อนเพลีย แถมมีไข้ต่ำๆ ในช่วงบ่าย กินยาลดไข้เท่าไหร่ก็ไม่หาย เหล่านี้คือสัญญาณบอกใบ้ว่า คุณอาจจะเข้าข่ายเป็นวัณโรค ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาโดยด่วน
วัณโรคไม่ใช่โรคไกลตัวอย่างที่เข้าใจกัน ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัว เพราะถ้าไม่สังเกตอาการให้ดี อาจดูคล้ายๆ กับการป่วยเป็นไข้หวัดทั่วไป ซึ่งอาการไข้จะลดลงเมื่อกินยาลดไข้ รวมถึงอาการค่อยๆ ดีขึ้นหากเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงเป็นทุนเดิม และใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์อาการไข้และเจ็บคอก็เริ่มจะหาย
"ทั่วไปแล้วเราเข้าใจกันว่า การไอเรื้อรังอาจพบได้ปกติทั่วไปโดยเฉพาะในคนที่สูบบุหรี่ เพราะเสมหะที่ออกมาไม่มีกลิ่น สีออกเขียวหรือเหลือง อาการไอเป็นเลือดในระยะแรกๆ ก็เป็นเพียงเลือดที่ออกปนมากับเสมหะเป็นสายๆ เท่านั้นเอง" นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าว
ผู้ป่วยจะรู้สึกผิดสังเกตและนึกถึงวัณโรคก็เมื่อไอมีเลือดออกมาเป็นลิ่มๆ ซึ่งเป็นการแสดงออกของโรคที่ชัดเจนขึ้น
วัณโรคเป็นเชื้อแบคทีเรีย Tubercle bacillus ที่ต้องการออกซิเจนในการเจริญเติบโต ดังนั้น ในเนื้อปอดซึ่งเป็นที่รับเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายของเรา จึงเป็นแหล่งที่เชื้อวัณโรคโปรดปราน โดยเฉพาะตรงเนื้อปอดซึ่งมีออกซิเจนเข้มข้นที่สุด
“วัณโรคสามารถแพร่กระจายทางเสมหะหรือน้ำลายจากการไอหรือจาม ที่สำคัญคือ เชื้อนี้มีความคงทนต่อความแห้ง สามารถแขวนลอยอยู่กับฝุ่นละอองได้นาน และเมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ก็จะเข้าไปตามอวัยวะต่างๆ ทำให้เป็นวัณโรคได้ทุกที่ของร่างกาย เช่น วัณโรคที่เยื่อหุ้มสมองส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองช้าหรืออาจเสียชีวิต วัณโรคกระดูก วัณโรคที่ต่อมน้ำเหลือง แต่ที่พบมากที่สุดก็ยังเป็นวัณโรคที่ปอด”
กรณีการติดเชื้อที่ปอด ในระยะแรกผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการอะไรที่สังเกตเห็นได้เด่นชัด แต่ในบางคนการเอกซเรย์ปอดประจำปี อาจทำให้แพทย์พบรอยแผลในปอดก่อนที่จะมีอาการแสดงออกมา ซึ่งขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของแต่ละคนว่า มีความเสี่ยงที่จะรับเชื้อจากคนที่เป็นมาก่อนได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนการติดเชื้อในอวัยวะส่วนอื่น ที่ไม่ปรากฏอาการไอแต่มีไข้สูง อาจต้องเจาะไขสันหลังออกมาตรวจหาเชื้อ
การป้องกันโรคนี้สามารถทำได้โดยการให้ภูมิคุ้มกันบี ซี จี ตั้งแต่แรกเกิดเพื่อลดการติดโรค แต่เชื้อวัณโรคมีลักษณะพิเศษคือ แพร่กระจายตัวได้เร็ว ผู้ป่วย 1 คนสามารถแพร่เชื้อให้กับคนใกล้ชิดได้ประมาณ 10 คนต่อปี
การรับวัคซีนตั้งแต่แรกเกิดก็ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันได้ 100% ทุกคนต้องหมั่นตรวจร่างกายโดยการเอกซเรย์ปอด หรือตรวจเสมหะ (AFB) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ถ้าพบว่าเป็นวัณโรคจะได้รีบรักษาก่อนที่จะลุกลามมากขึ้น และหากคนในบ้านเป็นวัณโรค สมาชิกในครอบครัวควรได้รับการเอกซเรย์ในปอดเป็นระยะๆ
สถานการณ์วัณโรคในไทย ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 18 ของโลกจากองค์การอนามัยโลกว่า เป็นประเทศที่มีปัญหาวัณโรคที่รุนแรง โดยประมาณการไว้ว่า น่าจะมีผู้ป่วยวัณโรคทุกชนิดทั้งรายเก่าและใหม่อยู่มากถึง 110,000 คนต่อประชากรทั้งประเทศ อีกทั้งแต่ละปีก็ยังมีผู้ป่วยหน้าใหม่เกิดขึ้นอีก 86,000 คน และพบยอดการเสียชีวิตด้วยโรคนี้ 14 คนต่อประชากร 100,000 คน ทุกคนจึงควรที่จะตื่นตัวในการป้องกันอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ วัณโรคเป็นโรคที่รักษาหายขาดได้ แต่ต้องอาศัยการกินยาที่ยาวนานกว่าการรักษาโรคอื่นๆ ฉะนั้น ผู้ป่วยและคนใกล้ชิดไม่ควรท้อแท้ ต้องไปรับการรักษาตามเวลาที่แพทย์นัด ซึ่งการรักษาจะใช้ระยะเวลาการรักษาสั้นที่สุด 6 เดือน ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเองว่า กินยาครบตามที่แพทย์สั่งหรือไม่ เพราะถ้ากินๆ หยุดๆ อาจทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อวัณโรคดื้อยา และทำให้ระยะเวลาการรักษายาวนานและขั้นตอนการรักษาก็ยากมากยิ่งขึ้นด้วย


ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
 
ถอยกลับ ถัดไป