ขยายหน้าจอ
  • 1407เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

[สุขภาพ]ท้องผูกเรื้อรังจนเป็นริดสีดวงทวาร [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์karminsc
 

"คุณถ่ายอุจจาระกี่วันครั้งหรือคะ" คำถามที่หมอมักจะถามคนไข้เป็นประจำ "ทุกวันเลยค่ะ" คนไข้บางคนมักจะตอบด้วยสีหน้ารื่นเริง "นาน ๆ ครั้งค่ะ ล่าสุดก็...(ทำหน้าคิดนาน)..." กลุ่มคนไข้ที่ตอบแบบนี้ มักมีสีหน้าไม่รื่นเริงค่ะ

เหมือนโฆษณาโทรทัศน์ ที่สาวสวยจะไปสมัครงาน จะไปพบพ่อแม่แฟน แต่ท้องผูกแล้วทำหน้าอมทุกข์  รู้สึกไม่มั่นใจ พอกินผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้วได้ขับถ่ายก็มีสีหน้ารื่นเริง มั่นใจ แสดงว่าท้องผูกก็ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเราพอควร ใช่ไหมคะ
อย่างไร ถึงเรียกว่าท้องผูก
ท้องผูก คือการถ่ายอุจจาระที่ "น้อยกว่า 3 ครั้ง" ต่อสัปดาห์ อุจจาระลักษณะเป็นก้อนแข็ง ออกยาก กว่าจะถ่ายออกมาได้ ต้องใช้ความพยายามเบ่งกันจนหน้าเขียว อ่านหนังสือจบไปเป็นเล่ม บางคนมีอาการท้องอืดร่วมด้วย
วิธีป้องกันการเกิดอาการท้องผูก ได้แก่ การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน หรืออย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน การรับประทานอาหารที่มีกากใย เช่น ผัก ผลไม้ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่กลั้นอุจจาระเวลาที่รู้สึกปวด
บางคนต้องเก็บไปปล่อยที่บ้านเท่านั้น กว่าจะถึงบ้าน ฟีลลิ่งที่ว่าก็หายไปแล้ว กว่าฟีลลิ่งจะมาอีกทีก็ท้องผูกไปเรียบร้อย
แล้วเมื่อไหร่ที่ควรใช้ยาระบายล่ะ
หากเกิดอาการท้องผูกบ่อยๆ คุณสามารถใช้ยาระบายได้ ยาระบายหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป แต่ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง คือเมื่อคุณกลับมาถ่ายอุจจาระได้เป็นปกติ ก็ควรหยุดใช้ยาระบาย คือไม่ควรใช้ต่อเนื่องนั่นเอง
หากใช้มากเกินไป ลำไส้ของคุณจะติดยาระบาย หากไม่ได้ใช้ยาระบาย จะถ่ายไม่ได้ ซึ่งไม่ควรนะคะ หากใช้ยาระบายแล้ว ก็ยังมีอาการท้องผูก ควรจะปรึกษาแพทย์ เนื่องจากอาจมีโรคอื่นๆ แอบซ่อนอยู่ค่ะ
หากท้องผูกเรื้อรัง เบ่งอุจจาระเป็นประจำบ่อยๆ อีกโรคหนึ่งที่จะตามมาคือ "โรคริดสีดวงทวาร" ค่ะ โรคริดสีดวงทวาร เกิดจากการที่เส้นเลือดรอบรูก้นหรือลำไส้ส่วนปลายเกิดอาการโป่งพองขึ้น โดยอาจมีอาการปวด ระคายเคือง หรือคันบริเวณที่เป็นได้ อาจมีเลือดออกเวลาอุจจาระ
ริดสีดวงทวาร มักเกิดในคนที่ท้องผูกบ่อย คนที่มีน้ำหนักเกิน สตรีตั้งครรภ์ คนที่ยืนนานๆ หรือนั่งนานๆ การป้องกันไม่ให้เกิดริดสีดวงทวาร ก็คือการป้องกันการเกิดภาวะท้องผูกค่ะ หากเกิดริดสีดวงทวารแล้ว สามารถบรรเทาอาการโดยครีม หรือยาเหน็บได้ ในบางรายที่เป็นมากควรปรึกษาแพทย์ หรืออาจต้องรักษาโดยการผ่าตัดค่ะ


ที่มา : เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ โดย พญ.พิณนภางค์ ศรีพหล
สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ karmins.com ครับ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป